ตอนที่ 6
จบคำก็คว้าขันน้ำใกล้ตัวยื่นให้เหล่กับสีดาแล้วผละไป ทิ้งสองสาวจากร้านเสริมสวยให้เต้นผางด้วยความแค้นใจสุดขีด...ฝากไว้ก่อนเถอะนังบัวบาน!
เปรียวไม่หวั่นกับสายตาเย้ยหยันปนเวทนาที่ต้องเป็นหม้ายขันหมาก ต่างจากแก้วที่ตรอมใจทุกวันเพราะเสียใจไม่ได้ดนัยเป็นลูกเขย เปรียวสงสารแม่แต่ไม่อยากฝืนใจตัวเอง ได้แต่ซื้อเวลาด้วยการปลอบใจแม่ไปวันๆให้รอปลัดหนุ่มหาสินสอดเจอแล้วค่อยว่ากันอีกที...
ooooooo
หินไม่หายว้าวุ่นใจเรื่องเปรียว ตั้งท่าจะออกไปหาหลายครั้ง หาญช่วยเพื่อนเต็มที่แต่มัคนายกผวนกับสัปเหร่อฉุยก็มาขวางทันทุกรอบ เหมือนเช่นคืนนี้ที่สองผู้เฒ่าประจำวัดบ้านโคกจัดแจงให้หินกับหาญไปฝึกซ้อมขานนาคในโบสถ์ตามคำสั่งหลวงตาบุญ
สีหน้าหินกับหาญเป็นกังวลจนสัปเหร่อฉุยกับมัคนายกผวนต้องช่วยกันปลอบ
“ไล่มารออกไปก่อน อย่าให้มันมาคอยผจญได้ไม่ยังงั้นจะไม่มีสมาธิ”
“ใช่...เราต้องสู้กับมารให้ชนะก่อนแล้วถึงจะสู้กับตัวเองจนกว่าภารกิจจะสำเร็จ”
“มันเป็นธรรมดา...คนจะบวชได้ต้องมีบารมีเพียงพอ ไม่มีบารมีก็แพ้มาร สุดท้ายก็ไม่ได้บวช บางคนโกนหัวแล้วก็ไม่มีวาสนาที่จะได้ห่มผ้าเหลือง”
หินลำบากใจมาก หาญก็มีอาการไม่ต่างกันเพราะอยากช่วยเพื่อน
“หน้าตามันเป็นยังไงไอ้ตัวมารนี่...มันเหมือนยักษ์มีเขี้ยวโง้วที่ยืนเฝ้าประตูไหมครับ”
สัปเหร่อฉุยไม่ถือสาวาจายอกย้อน เอ่ยเสียงเรียบแต่จริงจัง “ไอ้พญามารพวกนั้นไม่น่ากลัวเท่ามารที่มาแบบไม่เห็นตัวหรอก มารพวกนี้ไม่มีตัวตนแน่นอน
แล้วแต่จะมาแบบไหน เราเผลอเมื่อไหร่เป็นเสร็จมัน!”
มัคนายกผวนพยักหน้าสนับสนุน หินกับหาญมองหน้ากันงงๆ ไม่คิดสักนิดว่าคำพูดของสัปเหร่อฉุยกับมัคนายกผวนจะเป็นจริงในไม่ช้า...
แก้วอาการหนักลงทุกวันเพราะตรอมใจเรื่อง
ลูกสาวเป็นหม้ายขันหมาก เปรียวกับบัวบานต้องผลัดกันดูแล คืนนี้ก็เช่นกัน...หลังแก้วหลับสนิท บัวบานจึงไล่เปรียวไปอาบน้ำ
เปรียวไม่ขยับ นั่งมองแม่ด้วยแววตาเสียใจปนรู้สึกผิด
“แม่คงจะเหนื่อยจากเตรียมงานแต่งแล้วก็ผิดหวังที่ไม่ได้ลูกเขยคุณปลัด ถึงแม่จะไม่พูดแต่แม่คงเสียใจ”
“ก็ยังดีนะที่แม่ยอมรับการตัดสินใจของพี่เปรียว คนที่ผิดหวังกว่าแม่คงเป็นคุณปลัด”
บัวบานพูดตามประสาซื่อ ทั้งโกรธทั้งแค้นพวกโจรที่ทำให้แก้วกับเปรียวตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้
“พี่เปรียวเลยกลายเป็นเจ้าสาวหม้ายขันหมาก...










