ตอนที่ 6
พวกแกทุกคนที่โชคดีมีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ตั้งใจทำหน้าที่นั้นแทนฉันด้วย ตำรวจที่ดีต้องมีหน้าที่รักษากฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมาย พวกแกต้องเป็นตำรวจที่ดีต่อไป”
นั่นคือคำบอกลาของหินต่อเพื่อนร่วมทีม เขาจำต้องจากทุกคนไปทั้งที่แสนเศร้าและเจ็บปวดแทบขาดใจ
ooooooo
กลางดึกคืนนั้นหินเมามายเดินไปตามถนนเกือบโดนรถชน เดชะบุญคนขับรถเบรกได้ทันแต่ก็ก่นด่าเขาดังลั่นอย่างอกสั่นขวัญแขวน พอลงจากรถมาเห็นหน้าเขาชัดๆ กลายเป็นตกใจมากกว่าโมโห
คนขับรถคันนั้นคือติ๊ยา เธอคาดไม่ถึงว่าจะเจอผู้กองหินในสภาพแบบนี้ หินไม่พูดอะไรสักอย่างจนติ๊ยาต้องพาขึ้นรถแล้วปล่อยให้นอนยาวหลายชั่วโมง ส่วนตัวเองไปหาของกินในร้านสะดวกซื้อมารองท้อง
หินรู้สึกตัวแต่ยังมึนเบลอ ได้ยินเสียงแว่วๆบอกว่าตีสี่กว่าแล้ว พอลืมตาเห็นติ๊ยาในระยะใกล้ก็อุทาน “คุณ!”
“คุณน่ะเมา จะกระโดดให้รถทับด้วย นี่ถ้าไม่ใช่ฉันแต่เป็นสิบล้อป่านนี้คุณแบนแต๊ดแต๋ติดถนนไปแล้วนะ ยังไม่ขอบคุณอีก”
หินนั่งนิ่งสายตาว่างเปล่า ติ๊ยาบ่นลอยๆอย่างหมั่นไส้
“อ่อนว่ะ กินเหล้ายังไงให้เมา จริงด้วย จำได้ไหมคุณเคยจะเล่นฉันข้อหาเมาแล้วขับ วันนี้ฉันเล่นกลับ ข้อหาเมาแล้วโดดให้รถทับได้ไหมล่ะคุณผู้กอง”
คำว่าผู้กองทำให้หินสลดวูบ แต่ติ๊ยาไม่รู้อะไรพูดต่อไปอย่างสนุกปาก
“เออนี่ ฉันจะไปร้องเรียนดีกว่า ตำรวจสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทีนี้ล่ะคุณผู้กองโดนปลดแน่ๆ”
“ไม่ต้องหรอก”
“มีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน ฉันจะไปร้องเรียน คนทำผิดก็ต้องรับผิดชอบสิคะคุณผู้กอง”
“ผมไม่ใช่ผู้กอง ผมโดนปลดแล้ว” ติ๊ยาชะงักกึก หินจ้องตาเธอพลางพูดอย่างน้อยใจชะตาชีวิตตัวเอง “สะใจคุณแล้วใช่ไหม ผมไม่ใช่ผู้กองอีกต่อไปแล้ว”
“ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้จริงๆ ถ้ารู้ฉันคงไม่พูดเล่นแบบนั้น...ช่างมันเถอะนะ อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว...ดีเสมอ”
“ดีงั้นเหรอ”
“ดีสิ มันต้องดี แค่โดนปลดไม่ได้ตายซะหน่อย คุณยังมีลมหายใจ มีชีวิตอยู่ให้แม่คุณน้องคุณได้รักคุณนี่มันดีแค่ไหนแล้ว”
“คุณไม่ได้เป็นผม คุณก็พูดได้”
“ต่อให้ฉันเป็นคุณ ฉันก็จะพูดแบบนี้ คิดแบบนี้”
“คุณไม่รู้หรอกว่าอาชีพตำรวจมันสำคัญต่อผมยังไง มันเป็นความภาคภูมิใจของผมแค่ไหน”










