ตอนที่ 6
เปรียวกับบัวบานได้ข่าวก็ตามมาดู เช่นเดียวกับน้ำหวานกับน้ำแข็ง หลวงตาบุญออกมาจากกุฏิหลังจากนั้นไม่นาน กวาดตามองฝูงชนกลุ่มใหญ่ที่มองมาด้วยความหวัง
“เอาล่ะ...ขอญาติโยมพุทธบริษัทจำกัดทั้งหลายสงบรอ ข้ารับรองว่าของดีมีแจกไม่อั้น”
สมุนเอกของเสี่ยภุชงค์ก็ไม่พลาดงานนี้ ยืนกันหน้าสลอนเพราะอยากได้ของขลังป้องกันตัว หลวงตาบุญไม่ได้สนใจหรือเลือกที่รักมักที่ชัง เอ่ยเสียงทุ้มแต่หนักแน่นทุกคำ
“คาถาบทนี้ของข้าสั้นๆจำง่าย...เป็นหัวใจของสุดยอดคาถา ใครท่องจำได้ขึ้นใจ พยายามท่องทุกวันแล้วเอาไปใช้ รับรองได้ผลแน่นอน แต่ถ้าสักแต่ท่องๆบ่นๆ
แต่ไม่ปฏิบัติก็ไม่มีประโยชน์ คาถาก็ไม่ขลังไม่ศักดิ์สิทธิ์”
หลวงตาบุญหันหาหินกับหาญที่ตั้งใจยกของดีนี้ให้แต่แรก
น้ำหัดทำกะปิโหว่กินกับมะม่วงเบาโดยมีเผือกมาช่วยชิมและหากรสชาติดีก็ตั้งใจจะทำขายเสริมรายได้จากขายข้าวแกง แต่สุนีย์ไม่เห็นด้วยและเคยบอกลูกแล้วว่าไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเพราะอยากให้ตั้งใจเรียนต่อสูงๆ
สุนีย์อธิบายเหตุผลนั้นไปแล้วมีอาการเหนื่อยหอบเหงื่อแตกเต็มหน้าและเป็นลมหมดสติในอีกครู่ต่อมา น้ำกับเผือกตกใจรีบพาสุนีย์ส่งโรงพยาบาล ซึ่งขณะนั้นหินยังอยู่กับติ๊ยาที่จะพาไปหาอู่ซ่อมรถ แต่ขับอยู่ดีๆติ๊ยาหยุดรถกลางถนนจึงโดนหินตำหนิว่ากีดขวางการจราจร พูดไม่ทันขาดคำก็มีรถคันหลังกดแตรไล่ ติ๊ยาเลยเปิดกระจกตะโกนออกไป
“คุณแซงไปสิ ฉันอยู่เลนซ้ายสุด ไฟฉุกเฉินก็เปิดแล้ว”
หินไม่ชอบใจโวยใส่เธอทันที “นี่คุณเลิกทำตัวเป็นคุณหนูชอบเหวี่ยงไปทั่วแบบนี้เสียที ผมรู้ว่าคุณ
ไม่พอใจผม แต่แค่ขับรถชิดซ้ายง่ายแค่นี้ทำไม่ได้หรือไง”
“ไม่!” ตอบแล้วติ๊ยาลงจากรถหน้าตาเฉย หินเริ่มเดือดตามลงมาตั้งท่าจะต่อว่า แต่พลันต้องชะงักเมื่อเห็นเต่าตัวใหญ่เดินต้วมเตี้ยมอยู่หน้ารถ
ติ๊ยาจับเต่ามาปล่อยลงหนองน้ำและแกล้งพูดประชดผ่านเจ้าเต่าให้ผู้กองหินได้ยิน
“พี่เต่า...คราวหน้าต้องข้ามสะพานลอยหรือทางม้าลายนะ เดินข้ามถนนแบบนี้รถมันจะทับเอา อีกอย่างผู้กองเขาไม่ชอบ รู้ไหมมันผิดกฎจราจร”
“คุณสามารถบอกผมได้นะ”










