ตอนที่ 6
“คุณปลัดดนัยเขาหายหน้าไปเลยนะ”
เปรียวหน้าเสีย บัวบานต้องช่วยแก้สถานการณ์
“โธ่แม่แก้ว...คุณปลัดดนัยเขาคงงานยุ่งน่ะพักนี้บ้านโคกมันปั่นป่วนยังไงไม่รู้ คนพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง”
“ใช่...ก็เพราะบ้านโคกมีแต่พวกเกะกะเกเร พวกอันธพาลน่ะสิบ้านเมืองมันถึงได้ป่วน ขนาดขบวนขันหมากของคุณปลัดยังถูกปล้นเลย แล้วไอ้พวกปล้นก็ลอยนวลไม่ถูกจับเข้ากรงขังสักคน”
แก้วบ่นเคืองๆ เปรียวอึดอัดใจมาก เอ่ยแก้ต่างให้พวกหินโดยไม่รู้ตัว
“แม่เรียกว่าปล้นไม่ได้หรอกเพราะโจรไม่ได้สินสอดไป”
พูดพลางหลบสายตาแม่ แก้วไม่ทันสังเกตโพล่งด้วยความคับแค้นใจ
“ถึงจะไม่ได้อะไรไปก็ทำให้การแต่งงานล้มเลิก ไม่ใช่โจรจะให้เรียกมันว่าอะไร!”
ooooooo
ดนัยแค้นหินมาก ฉวยโอกาสลอบทำร้ายในคืนหนึ่งระหว่างที่หินเดินกลับกระท่อมป่าช้า หินระวังตัวเต็มที่แต่หวิดตั้งรับไม่ทันเพราะฝีไม้ลายมือของคนร้ายปริศนาไม่ธรรมดาเลย
หินไม่เห็นหน้าคนร้ายที่ลอบทำร้ายเขาแต่สังเกตจากฝีมือที่ไม่ธรรมดาทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงผ่านการฝึกปรือวิชาต่อสู้มาอย่างโชกโชน กว่าเขาจะเอาตัวรอดมาได้ก็เกือบต้องตายเพราะลูกปืนอีกฝ่าย
ดนัยในคราบคนร้ายปิดหน้าหายตัวไปแล้ว ทิ้งหินให้รีบไปปรึกษาหาญที่กระท่อมป่าช้า
“มันคลุมหน้า พรางตัว แต่ไม่น่าจะเป็นสมุนของเสี่ยภุชงค์ คนคนนี้มีฝีมือการต่อสู้ที่ผ่านการฝึกจากหน่วยพิเศษ พิษสงรอบตัวไม่ใช่ลูกน้องชั้นปลายแถวของเสี่ยภุชงค์แน่”
หาญหน้าเครียด...แค่เสี่ยภุชงค์คนเดียวพวกเขาก็ตั้งรับไม่ทันแล้ว หากมีคนร้ายปริศนาดักเล่นงานอีกพวกเขาคงต้องรับศึกหนักอีกหลายยก...
ดนัยเจ็บใจที่เล่นงานหินไม่สำเร็จ เสี่ยภุชงค์
ไม่แยแสเรื่องหินกับหาญ ปล่อยดนัยเต้นคนเดียว ส่วนตัวเองเร่งโครงการท่าทรายด้วยการจ้างนักเลงต่างถิ่นมาป่วนบ้านโคก
“ชาวบ้านจะได้ร้อนจนอยู่ไม่ได้ต้องยอมขายที่ให้เราแล้วเราจะเรียกค่าคุ้มครอง ถ้าคนบ้านโคกตกอยู่ในมือของเราประโยชน์ที่เราจะได้จากคนจนพวกนี้ยังมีอีกหลายทาง”
ทนายผดุงรับคำสั่งเหมือนเคยแต่อดสงสัยไม่ได้ “คุณภุชงค์กำลังคิดอะไร”
เสี่ยภุชงค์เหยียดยิ้ม พูดทิ้งท้ายเป็นนัย “ผมคิดการใหญ่...ไม่ต้องห่วงหรอกเราจะสบาย...ถ้าผมรวยคนของผมทุกคนต้องรวยด้วยรวมทั้งคุณและหมวดรำพึง!”










