ตอนที่ 6
หินไม่ปฏิเสธแต่เฉไฉว่าที่ทำเพราะมีเหตุผล
“เปรียวยังไม่รู้จักเขาดี ไม่เร็วไปหรือจะแต่งกับเขา แต่งงานน่ะหมายถึงเอาทั้งชีวิตไปร่วมใช้กับเขาเชียวนะ”
“อย่ายุ่งเรื่องของฉัน ฉันตัดสินใจแต่งงานกับคุณปลัดดนัยแล้ว ฉันจำเป็นต้องพึ่งใครสักคนที่พึ่งได้ เขาช่วยให้แม่ได้ประกันตัว ช่วยปกป้องเราสองแม่ลูกได้...ฉันเลือกเขา!”
“เปรียว...แต่ยังไม่มีใครรู้จักคุณปลัดดนัยจริงๆเลยนะ”
“ถ้าฉันต้องการรู้จักคุณปลัดดนัยจริงๆฉันจะ
ทำความรู้จักกับเขาเอง...ไปซะ! ที่ฉันไม่แจ้งหมวดรำพึงว่าฉันสงสัยนายกับพวกเพราะฉันเห็นแก่หลวงตากับผ้าเหลืองที่นายกำลังจะบวช”
จบคำก็ควักปืนมาเตรียมยิงขู่ หินไม่กลัวพยายามกล่อมให้ใจเย็นเพราะเขามีเรื่องอยากสารภาพ แต่นอกจากเปรียวจะไม่ฟังยังยิงไล่จนเขาต้องว่ายน้ำหนี
หินหอบสภาพเปียกโชกทั้งตัวกลับกระท่อมป่าช้า หาญดักรออยู่แล้ว
“ไปหาเปรียวมาใช่ไหม ว่ายน้ำไปขึ้นท่าน้ำบ้านลำตัดเพราะรู้ว่าเปรียวจะลงมาที่นั่นตอนนอนไม่หลับ”
“ใช่...ฉันไปหาเปรียวมา ฉันต้องเตือนเปรียวเรื่องคุณปลัดดนัย”
“แกยอมรับแล้วใช่ไหมว่าแกรักเปรียว ถ้าแกไม่รักเปรียวแกคงไม่ยอมทำตามแผนปล้นขบวนขันหมากของฉัน”
คำถามของหาญทำให้หินอึกอัก ลำบากใจเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายหลงรักเปรียวไม่ต่างกัน หาญเดาความคิดหินได้รีบบอกอย่างตรงไปตรงมาเพื่อแสดงความจริงใจ
“ฉันรู้ว่าเรารักผู้หญิงคนเดียวกัน เราเป็นเพื่อนกัน ...ฉะนั้นต้องมีหนึ่งคนที่ไป...และคนคนนั้นคือฉัน”
หินชะงัก ตั้งท่าจะค้านแต่หาญกลับโบกมือไม่ฟัง “เพราะเปรียวไม่เคยรักฉันแต่เปรียวรักแก แกมีหน้าที่ต้องปกป้องเปรียว อย่าให้เปรียวหลุดมือไปเป็นของคนอื่น ฉันเสียใจนะ...ไม่ใช่ไม่เสียใจแต่ฉันรักเพื่อนว่ะ”
หาญถอนใจยาวแล้วผละไป ทิ้งหินให้มองตามอึ้งๆ พึมพำไล่หลัง
“ฉันก็รักแกว่ะหาญ”
หลวงตาบุญเป็นกังวลกับดวงชะตาของหินกับหาญ อยากเร่งวันเร่งคืนให้สองหนุ่มได้บวชเพื่อผ่อนเคราะห์หนักให้เบาลง ยิ่งเห็นหินมองตามเปรียว
ตาละห้อยยิ่งกลุ้มใจ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจหินกับหาญให้หมั่นซ้อมขานนาคโดยมีมัคนายกผวนกับสัปเหร่อฉุยคอยช่วย
เปรียวไม่หายเคืองหินที่ทำตัวเป็นโจรปล้นขบวนขันหมากแต่น้ำท่วมปากบอกใครไม่ได้ ได้แต่ทำตัวมึนตึงใส่จนคนรอบข้างสัมผัสได้ ไม่เว้นแม้แต่ดนัยที่มาดักรอเธอกับแม่ทำบุญที่วัด
“ผมรู้ว่าวันนี้วันพระ แม่แก้วกับเปรียวต้องมาทำบุญที่นี่”










