ตอนที่ 6
สุนีย์บอกว่าน้องหัดทำกะปิโหว่ แต่หินงงว่ามันคืออะไร เผือกทำหน้าเซ็งเพื่อน ขณะที่ติ๊ยาออกอาการตื่นเต้นถามว่ากะปิโหว่ที่กินกับมะม่วงเบาหรือเปล่า
“ใช่ค่ะ” น้ำตอบยิ้มๆ
“อุ๊ย ของโปรดพี่เลย พูดแล้วเปรี้ยวปาก ขอชิมหน่อยได้ไหม”
น้ำยินดีและเต็มใจเพราะอยากได้คำติชม ปรากฏว่ามันอร่อยมากๆจนติ๊ยากินเอาๆ
“อร่อย...แซ่บลืม ฟินสุด น้องน้ำเก่งจัง ขายได้เลยนะเนี่ย”
“จริงเหรอคะ นี่น้ำก็คิดอยู่ว่าจะทำขายออนไลน์”
“จัดไปค่ะ จะรออะไร ขายได้ชัวร์ แม่หมอติ๊ฟันธง พี่จะเป็นลูกค้าประจำแล้วจะเอาไปรีวิวต่อให้ด้วย”
น้ำตื่นเต้นยกใหญ่หันไปทางสุนีย์ “เห็นไหมแม่ เชื่อน้ำสิ ให้น้ำทำขายเหอะ รวยเห็นๆ”
“จริงค่ะ รวยในสามวันเจ็ดวัน ฟันธง!!”
น้ำดีใจสุดๆโดดกอดติ๊ยาแน่น ทุกคนอึ้งๆงงๆมองสองสาวดี๊ด๊าใส่กันเหมือนสนิทมาเป็นสิบปี ติ๊ยาหยิบมะม่วงจิ้มกะปิใส่ปากเคี้ยวไม่หยุด หินท้วงว่ากินแบบนี้มากกว่าชิมแล้ว
“มันหยุดไม่ได้นี่ เอ้าลองกินดู” ติ๊ยาส่งมะม่วงจิ้มกะปิมาตรงหน้าแล้วยัดเยียดให้หินกินโดยไม่สนว่าเขาจะบ่นเหม็นแค่ไหน พอเขาทำท่าจะคายก็แช่งชัก “หยุด...ถ้าคายออกมาขอให้เป็นหมัน”
น้ำ เผือก และสุนีย์สะดุ้ง ส่วนหินรีบหุบปากแล้วเคี้ยวต่อไปด้วยความทรมาน เล่นเอาทุกคนหัวเราะขำกันใหญ่ลืมเรื่องเจ็บป่วยและทุกข์ใจไปชั่วขณะ
สมควรแก่เวลา หินออกมาส่งติ๊ยาที่เดินยิ้มหน้าบานหิ้วถุงใส่มะม่วงกับกะปิโหว่
“แฮปปี้เลยนะ”
“แน่ล่ะสิ ได้ของโปรดมากินฟรีๆ”
“ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่พาผมมาส่งที่บ้าน”
“เรื่องแค่นี้สบายมาก...ฉันไปล่ะ”
หินพยักหน้าแล้วจะหันหลังกลับเข้าบ้าน ติ๊ยามีบางอย่างอยากพูดจึงเรียกเขาไว้
“เดี๋ยวผู้กอง ฉันเชื่อว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องแย่ๆนั่นเกิดขึ้น สู้ๆนะคะ” เธอชูสองนิ้วให้กำลังใจ หินรู้สึกสบายใจ แต่ไม่ทันไรเขาก็ต้องรีบเข้าไปที่หน่วยฯ เพราะสารวัตรเรียกตัวด่วนให้มาฟังคำตัดสิน
หินใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มหลังรู้ว่าตัวเองผิดและโดนปลดออกหมดสิ้นสภาพการเป็นตำรวจ ทั้งที่เขามั่นใจว่าไม่ได้ฆ่าคนตาย ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ
เผือกกับเพื่อนๆร่วมทีมรู้ข่าวต่างพากันสลดหดหู่ แม้แต่คชาที่ไม่ค่อยชอบหินก็ยังใจหาย
“ฉันไม่ใช่ผู้กองอีกต่อไปแล้ว ฉันภูมิใจแทน










