ตอนที่ 5
“คุณปลัดดนัยเขาก็เลยอยากจะประสานกับนังเปรียวละมั้ง”
หินทนฟังไม่ได้ หึงเลือดขึ้นหน้าจนต้องผลุบลงใต้น้ำไปโคลงและล่มเรือดนัยกับเปรียว เอาคืนเหมือนกับที่เปรียวเคยทำกับเรือเขากับสีดาเมื่อวันก่อน!
เปรียวเจ็บใจมาก รู้โดยไม่ต้องเดาว่าเรือล่มเป็นฝีมือหินแต่บอกใครไม่ได้เพราะเธอไม่ได้บอกใครเรื่องล่มเรือหินกับสีดา หินก็สะใจมากที่ได้เอาคืนเปรียว กลับบ้านไปอาบน้ำด้วยสีหน้ามีความสุขจนหาญอดทักไม่ได้
“แกมีความสุขเป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมา ฉันสงสัยว่าแกคงไปทำอะไรมา ไอ้แบบที่...ทำแล้วสะใจ”
“ใช่...ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าคนที่ชอบแกล้งฉันน่ะ... แกล้งแล้วสะใจยังไง”
เสี่ยภุชงค์ไม่ยอมแพ้เรื่องกำจัดหินกับหาญ ในเมื่อสีดาทำไม่สำเร็จเขาก็จะลงมือเอง หมวดรำพึงถูกเรียกตัวมาสั่งความเหมือนเคยเพื่อเตรียมเคลียร์เหตุหลังทุกอย่างเป็นไปตามแผน
“เราจะสร้างความปั่นป่วนให้ชาวบ้านโคกรู้สึกไม่ปลอดภัย สร้างความหวาดกลัวให้คนกลัวจนต้องหาที่พึ่ง หลังปิดตลาดปล้นคนก็กลัวกันไปพักนึง แต่ตอนนี้ผู้คนเริ่มจะลืมกันแล้ว เราต้องสร้างเหตุการณ์ใหม่”
“ยังไงครับคุณภุชงค์ ผมจะได้หาที่หลบเพื่อให้แผนของคุณภุชงค์เป็นไปด้วยดี”
“เราจะปล้นรถโดยสารแล้วโยนความผิดให้ไอ้หินกับไอ้หาญ!”
ooooooo
เสี่ยภุชงค์ส่งสมุนฝีมือดีไปปล้นรถโดยสารประจำหมู่บ้านตามแผน ชาวบ้านโคกต่างขวัญผวา แม้ไม่มีคนตายแต่ก็ปล้นทรัพย์สินไปได้จำนวนไม่น้อย หมวดรำพึงรับไม้ต่อเช้าวันต่อมา สร้างคำให้การเท็จโยนความผิดทุกอย่างให้หินกับหาญตามคำสั่งเสี่ยภุชงค์
หลวงตาบุญลอบถอนใจยาวเมื่อได้ยินข้อกล่าวหาของหมวดรำพึงว่าหินกับหาญเป็นโจรปล้นรถโดยสาร แต่ไม่ตื่นตระหนกพาคณะตำรวจพร้อมด้วยมัคนายกผวนและสัปเหร่อฉุยไปที่โบสถ์
“ไอ้หินกับไอ้หาญ...คนที่หมวดรำพึงกล่าวหาว่ามันเป็นโจรปล้นรถโดยสารเมื่อคืนนี้...มันอยู่ที่นี่ อาตมาบังคับให้ทั้งสองเข้ามาทำสมาธิในโบสถ์ทั้งคืน สัปเหร่อฉุยกับมัคนายกผวนเป็นพยานได้”
มัคนายกผวนพยักหน้ารับพร้อมยืนยันตามคำให้การของหลวงตาบุญ
“ครับ หมวดรำพึง มัคนายกผวนในนามไวยาวัจกรของวัดบ้านโคกขอเป็นพยานว่าไอ้สองคนที่หมวดกล่าวหาอยู่ในโบสถ์ทั้งคืนไม่ได้ลุกไปไหน เพราะมัคนายกผวนและสัปเหร่อฉุยนั่งเฝ้าที่ประตูโบสถ์ตามคำสั่งของหลวงตา”
หมวดรำพึงแค้นใจมากที่จับกุมหินกับหาญไม่ได้ต้องถอยกลับแบบไม่เต็มใจนัก กระนั้นสีดากับเหล่ก็ช่วยทำตัวเป็นฆ้องปากแตกโพนทะนากับชาวบ้านว่าหินกับหาญเป็นผู้ต้องสงสัยคดีโจรปล้นรถโดยสารเมื่อคืน!










