ตอนที่ 5
เปรียวได้ยินว่าหินเกือบตายตอนสืบเรื่องซุ้มมือปืนก็เป็นห่วง แต่เจ้าตัวคงไม่รู้เรื่อง มัวต้อนรับน้ำหวานกับน้ำแข็งที่บุกมาหาถึงกระท่อมป่าช้าเพื่อขอบคุณและนำของขวัญมาให้ที่เขาช่วยนำมือถือมาคืนวันก่อน หินไม่บอกว่าได้มือถือสองสาวมาอย่างไร แค่บอกว่าเจอโดยบังเอิญและจำหน้าพวกเธอได้เลยคืนถูกคน น้ำหวาน กับน้ำแข็งไม่ได้เซ้าซี้แต่สัญญาหนักแน่นจะไม่บอกใครโดยเฉพาะหมวดรำพึงว่าหินเป็นคนนำมือถือมาคืน แต่คงสายไปแล้วเพราะหมวดรำพึงซึ่งสะกดรอยสองสาวมาได้ยินทุกอย่าง
หมวดรำพึงแค้นใจมากรีบสืบประวัติหินกับหาญแต่ไม่พบประวัติอาชญากรรมหรือแม้แต่เรื่องอื่นๆ จึงรีบไปรายงานเสี่ยภุชงค์ในวันต่อมา เสี่ยภุชงค์หงุดหงิดมากบ่นอุบ
“ไม่รู้ว่ามันดวงแข็ง มีของดีของพระเกจิอาจารย์อย่างหลวงตาบุญคุ้มตัว หรือเป็นเพราะดวงมันยัง
ไม่ถึงฆาตกันแน่ ฉันส่งคนตามล่ามันทั่วลุ่มน้ำเจ้าพระยามันยังรอดมาได้”
“แล้วทำไมคุณภุชงค์ไม่จัดการมันที่นี่”
“ไอ้หินไอ้หาญอยู่วัด ฉันทำอะไรออกนอกหน้าไม่ได้เพราะคุณปลัดดนัยคอยจ้อง ไหนจะชาวบ้านที่เราต้องการเสียงสนับสนุน แต่ไม่ต้องห่วง...ใครเป็นเสี้ยนหนามขัดขวางไม่ให้โครงการฉันสำเร็จมันต้องตายทุกคน!”
สีดาไม่ยอมแพ้เรื่องหินตามเผด็จศึกอีกครั้งถึงกระท่อมป่าช้า หาญไม่ช่วยแถมยุให้หินพาเมียเก็บคนสวย ของเสี่ยภุชงค์ไปนั่งเรือเล่น สีดาชอบใจมากร้องเพลงเสียงโหยหวนหวังให้หินหลงใหล แต่นอกจากทำให้เขาขนลุกยังเรียกให้เปรียวกับบัวบานซึ่งจับปลาอยู่ไม่ไกลกันนั้นมาป่วน
เปรียวเห็นแล้วของขึ้นแกล้งบังคับเรือให้ไปชนเรือของหิน สีดากรีดร้องโวยวาย
“นังเปรียว...หันหัวเรือหลบไปหน่อยได้ไหม
ไม่เห็นหรือว่าคุณหินเขากำลังพายเรือให้ใครนั่ง”
สีดาโกรธจนลืมตัวลุกยืน หินรู้สึกว่าเรือโคลงเคลงร้องห้าม
“ใจเย็นๆครับคุณสีดา เดี๋ยวเรือล่ม”
เปรียวโมโหหึงเต็มที่ แขวะสีดาไม่ไว้หน้า “เจ๊สีดาเจ้าเก่านี่เอง วันนี้ลงเรือกินบรรยากาศเป็นของแกล้มอาหารว่างเชียวนะ กินข้างบนไม่อิ่มต้องลงมากินต่อในเรือ”
หินเห็นท่าไม่ดีจะห้ามศึกระหว่างสีดากับเปรียวแต่บัวบานก็โพล่งขัด
“พี่เปรียวพูดความจริง รับประทานอาหารว่างนะเจ๊จ๋า...มันต้องรู้กาลเทศะ อย่าทำลายสิ่งแวดล้อม”
“เพราะคลองสายนี้เขามีไว้ทอดแหหาปลา ไม่ได้มีไว้ให้ใครรับประทานใคร!”










