ตอนที่ 5
ดนัยนั่นเองที่ตามติดเปรียวดั่งเงาในระยะหลัง และวันนี้ปลัดหนุ่มก็พาเธอมาเดินดูต้นข้าว หินไม่ได้ยินบทสนทนาของดนัยกับเปรียวเลยไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังคุยกันเรื่องความเป็นไปของชาวบ้านโคก...ไม่ใช่เรื่องของความรัก
“เมื่อก่อนนี้พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราทำนาด้วยวิถีธรรมชาติ เราใช้ควายไถนาเทียมเกวียน เอามูลของมันมาเป็นปุ๋ยต้นข้าว แต่เดี๋ยวนี้วิถีที่มุ่งเน้นแต่ผลผลิตจำนวนมากทำให้ชาวนาต้องใช้สารเคมีเป็นตัวช่วยในการเร่งผลผลิต ต้องใช้เครื่องจักรเพื่อทุ่นแรง วิถีของชาวนาก็เลยเปลี่ยนไปเพราะต้นทุนที่สูงขึ้น”
เปรียวเปรยเสียงเนือยก่อนตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดมานาน “ฉันกำลังคิดว่าทำไมเราต้องทำนาปีละตั้งสามครั้ง บางคนต้องทำถึงสี่ครั้งเพื่อหวังปลดหนี้แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำยิ่งเหนื่อย ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้”
ดนัยสวมบทบาทปลัดหนุ่มแสนดีเข้าอกเข้าใจวิถีชาวบ้าน “เป็นเพราะชาวนามีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการซื้อปุ๋ย ซื้อสารเคมี ไหนจะค่าจ้างแรงงาน ค่าน้ำมันเครื่องจักร...ใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะคุณปลัด ปู่ย่าตายายของเราไม่มีหนี้เพราะใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง เราใช้แรงงานของเรา เรามีการร่วมด้วยช่วยกันในชุมชนโดยไม่ต้องจ้าง”
เปรียวยิ้มบางๆเมื่อคิดถึงวิถีชีวิตที่ตนสัมผัสและเติบโตตั้งแต่เด็ก ดนัยอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
“ที่เขาเรียกว่า...ลงแขกใช่ไหมครับ”
“ค่ะ...ฉันคิดจะรื้อฟื้นวิถีเก่าๆตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ชาวนาได้รู้จักพึ่งพาตัวเอง... จะได้ไม่เป็นหนี้...ไม่ต้องขายที่นาให้กับนายทุน”
ดนัยประทับใจความมุ่งมั่นของเปรียวมาก แม้จะรู้ว่าแทบไม่มีทางเป็นไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบันแต่เธอก็ยืนหยัดสู้ไม่ถอย เขาคงช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ก็อยากพูดเอาใจ
“ผมนับถือความคิดของคุณ”
ooooooo
เสี่ยภุชงค์ไม่อยากทิ้งเวลาเรียกสีดาเมียเก็บคนสวยมาย้ำถึงแผนการและคำสั่งฆ่าหินกับหาญ โดยเฉพาะหินศัตรูตัวฉกาจที่อดีตเสือชงสงสัยว่าอาจเป็นตัวการขโมยเรือทรายของเขา
“ฉันต้องการให้เธอใช้ความเป็นผู้หญิงของเธอจัดการหิน ท่าลาด...ฆ่ามัน!”
“เอ่อ...คุณภุชงค์คะ หิน ท่าลาด...เป็นแค่เด็กวัด เขามีความสำคัญถึงขนาดที่คุณภุชงค์สั่งฆ่าเขาเชียวหรือคะ”
“ฉันจะไม่บอกเหตุผลว่าทำไมฉันต้องเก็บมัน ใช่... มันเป็นเด็กวัด เป็นแค่เด็กกำพร้าที่หลวงตาบุญเก็บมาเลี้ยง มันก็เหมือนธุลีดินที่ไม่มีความสำคัญสำหรับฉันเลย ก็แค่... ฉันไม่ชอบหน้ามัน...ไม่อยากเห็นหน้ามัน!”
ท่าทางเกรี้ยวกราดของเสี่ยภุชงค์ทำให้สีดากลัวจับใจ ไม่มีโอกาสได้เถียงเขาก็ย้ำทิ้งท้าย










