ตอนที่ 5
เปรียวเสียความรู้สึกมากที่โดนหินบังคับขโมยจูบ ตัดสินใจประชดเขาด้วยการรับข้อเสนอของดนัย โดยไม่รู้เลยว่าปลัดหนุ่มเห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างเธอกับหินแต่ไม่แสดงอาการเพราะมีแผนในใจมากกว่านั้น...
หินกับหาญตะลึงกับข่าวประกาศแต่งงานระหว่างดนัยกับเปรียว แต่ไม่มีเวลาสะระตะเพราะหลวงตาบุญตรวจชะตาของพวกเขาแล้วแนะนำให้บวชหวังผ่อนเคราะห์หนักให้เป็นเบา
ดำกับดินช่วยกันป่าวประกาศทั่วหมู่บ้านให้พวกชาวบ้านมาช่วยงานบวชหินกับหาญ เสี่ยภุชงค์ฉวยจังหวะนี้เจรจากับดนัยให้ช่วยเรื่องที่ดินของบ้านเปรียว ดนัยถอนใจเหนื่อยหน่าย
“เรื่องที่ดินแปลงนั้นผมยังต้องใช้เวลาเพื่อที่จะเปลี่ยนใจเปรียว เปรียวเป็นคนที่มุ่งมั่นตั้งใจ สู้แล้วไม่ถอย มันไม่ใช่ความผิดของผมเลยนะที่ผมเปลี่ยนใจเปรียวไม่ได้ คุณทำกับคนบ้านลำตัดขนาดนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจึงไม่ง่าย”
“คุณปลัดเข้าใจความจำเป็นของผม เป็นหน้าที่คุณปลัดที่จะต้องหาทางให้ผมได้ครอบครองที่ดินของนังเปรียว!”
ดนัยไม่ยอมบอกแผนที่ตนคิดไว้ เดินหน้าเตรียมงานแต่งระหว่างตนกับเปรียวร่วมกับแก้ว เปรียวไม่มีท่าทียินดียินร้าย บัวบานเสียอีกเป็นหูเป็นตาแทนลูกพี่ ลูกน้องสาว
“พี่เปรียว...ตอนนี้คุณปลัดดนัยเขาก็พาผู้ใหญ่มาเจรจาสู่ขอพี่เปรียวกับแม่แล้ว แม่ไม่ขัดข้อง ต่อไปนี้ก็เหลือแต่ดูฤกษ์เตรียมจัดงานแต่งงาน...แต่ทำไมพี่เปรียวทำเหมือนไม่มีความสุขเลย”
“พี่ยังมีเวลาที่จะทำใจให้มีความสุข ให้แม่สบายใจ ให้แม่นอนตายตาหลับที่จะมีคนดูแลปกป้องพี่ คุณปลัดเขาช่วยแม่ไว้ แม่คงไม่หวังพึ่งใครมากไปกว่าเขาเพราะบ้านเรามีแต่ผู้หญิง เราจะไปสู้กับอิทธิพลมืดของเสี่ยภุชงค์ได้ยังไง”
“แม่รักพี่เปรียวเป็นห่วงพี่เปรียวถึงรีบรับคุณปลัดไว้เป็นเขย มันไม่ใช่ความผิดแม่หรอก...แต่แปลกไหม... ในขบวนผู้ใหญ่ที่มาเจรจาสู่ขอพี่เปรียวตามประเพณี ไม่มีคนไหนที่เป็นพ่อแม่หรือญาติของคุณปลัดดนัยเลย...พี่เปรียวว่าแปลกไหมล่ะ...”
บัวบานตั้งข้อสังเกต เปรียวนิ่วหน้าคิดหนัก...หรือว่าดนัยหรือว่าที่เจ้าบ่าวของเธอจะมีอะไรปิดบัง










