ตอนที่ 8
“พ่อบังเกิดเกล้า? พ่อจะพูดคำคำนี้ขึ้นมาทำไม ในเมื่อพ่อแท้ๆของผมตายไปแล้ว”
“แกจะได้สำนึกไว้ไงว่าฉันนี่แหละเป็นคนที่เลี้ยงแกมา”
ooooooo
ในเวลาเดียวกันฤกษ์ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพร้อมกับถุงพลาสติกใส่ของเพียงใบเดียว แหงนมองท้องฟ้าแล้วกวาดตามองไปรอบๆ โลกภายนอกที่ไม่ได้เห็นหลังถูกจองจำนานกว่า 20 ปีถึงกับทรุดลงกับพื้น
“คุณหนูเล็ก ผมเป็นอิสระแล้ว ผมออกจากคุกแล้ว ผมคิดถึงคุณ คิดถึงลูก” ฤกษ์คร่ำครวญทั้งน้ำตา ก่อนจะสูดหายใจเข้าเรียกความเข้มแข็ง ใช้ท่อนแขนปาดน้ำตาทิ้งลุกขึ้นก้าวเดินไปที่ถนนอย่างเดียวดาย...
ขณะที่ฤกษ์ได้รับอิสรภาพหลังติดคุกในความผิดที่ไม่ได้ก่อ เทวัตเปิดประตูห้องตัวเองเข้ามาต้องตกใจกับสภาพดูไม่จืด ข้าวของถูกทำลายเกลื่อนพื้น หยิบรูปรับปริญญาที่ถ่ายกับเหิมซึ่งแตกเป็นเสี่ยงๆขึ้นมาดู เสียงเหิมที่บอกว่าจะฆ่าเขา และถ้าจะฆ่าจริงๆพ่อบังเกิดเกล้าของเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำให้เขาอดนึกถึงพ่อแท้ๆไม่ได้
“พ่อแท้ๆของผมจะหน้าตาเป็นยังไงนะ จะใจดีหรือเปล่า เฮ้อ คิดไปก็เท่านั้นในเมื่อพ่อตายไปนานแล้ว”...
ทางด้านฤกษ์โบกรถจากหน้าคุกมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาไหว้อัฐิครูเฉื่อยผู้เป็นพ่อ ครั้นได้มายืนตรงหน้าที่เก็บอัฐิ เขาถึงกับทรุดลงก้มกราบทั้งน้ำตา เสียใจที่ตอนพ่อตายไม่มีบุญได้มาส่งท่านขึ้นสวรรค์
“ผมตั้งใจว่าตั้งหลักได้แล้ว ผมจะพาคุณหนูเล็กกับลูกมากราบขอขมาพ่อ แต่ผมก็หมดโอกาสจะทำอย่างนั้น เพราะพวกมันพรากลูกพรากเมียไปจากผม” ฤกษ์นึกถึงคืนนั้นที่ถูกพรากคนที่ตัวเองรักถึงสองคน กำมือด้วยความแค้น “พวกมันทำร้ายคนที่ผมรัก ทำลายครอบครัวที่ผมกำลังจะสร้างให้คุณหนูเล็กกับลูก ผมจะตามหามัน เอาชีวิตของพวกมันมาชดใช้ให้ลูกเมียผม”
จังหวะนั้นหลวงพ่อสาดไฟฉายมาที่ร่างของฤกษ์พร้อมกับร้องถามว่านั่นใครอยู่ตรงนั้น เขาเห็นท่านก็จำได้ยกมือไหว้ พร้อมกับบอกว่าเขาเองไอ้ฤกษ์ หลวงพ่อเอาไฟฉายส่องหน้าชัดๆ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“เอ็งเหรอไอ้ฤกษ์ เอ็งหายหัวไปไหนมาเป็น20ปี”...
หลวงพ่อเมตตาเห็นว่าฤกษ์ไม่มีที่ไปจึงอนุญาตให้นอนบนกุฏิของท่านได้ เมื่อได้อยู่ลำพังคนเดียว ฤกษ์หยิบรูปถ่ายเก่าๆของเขากับหนูเล็กและลูกชายวัย 3 เดือนเศษออกมาดู ลูบไล้ไปบนรูปถ่าย นึกถึงวันแรกที่ได้เจอกับเธอตอนไปสอนสีซอแทนครูเฉื่อยผู้เป็นพ่อ เขาแนบรูปถ่ายไว้กับอกด้วยความคิดถึงหนูเล็กที่จากไป และคิดว่าลูกก็คงตายไปแล้วเช่นกัน คิดย้อนไปถึงเมื่อวันนั้นในอดีตแล้วยิ่งแค้น










