ตอนที่ 8
ในเวลาต่อมา ระหว่างดาญ่าเดินมาตามทางจะไปห้องอาหารภายในโรงแรมหรู เจอรังสรรค์ในชุดหล่อเหลาเดินมาจากอีกทางหนึ่ง เธอนิ่วหน้าแปลกใจนี่เขามากินข้าวด้วยหรือ
“ไม่มีใครบอกเหรอครับว่าผมต้องมาคอยเทกแคร์คุณ เชิญครับ ผมจะพาเจ้าหญิงของผมไปที่ห้องดินเนอร์” ว่าแล้วรังสรรค์ยื่นแขนให้เกาะ ดาญ่าจำต้องเกาะแขนเขาเนื่องจากเขากำความลับของเธออยู่...
นันทิยาเดินควงแขนมากับเทวัตเห็นดาญ่าเดินเกาะแขนรังสรรค์อยู่ไม่ห่างนักรีบลากเขาเข้าไปหา
ดาญ่าเห็นท่าทางสนิทสนมของทั้งคู่ก็หึงปรี๊ด ยิ่งเห็นเทวัตมีทีท่าเล่นด้วยยิ่งโมโหหวิดจะมีเรื่องกัน เทวัตเห็นท่าไม่ดีชวนนันทิยาไปที่ห้องอาหารได้แล้ว เขาหิวแล้ว เรื่องถึงสงบลงได้
จากนั้นทั้งสี่คนมาถึงห้องอาหารตามนัด เจอเหิมกับวัชรีนั่งรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เขาชวนให้ดาญ่านั่งพร้อมกับบอกให้รอสักครู่สั่งอาหารไปแล้วรับรองว่ากินแล้วจะติดใจ วัชรีบ่นเสียดายวันนี้คงกินได้ไม่มากเนื่องจากไม่ค่อยสบาย ดาญ่าเหน็บว่าแพ้ท้องหรือ พ่อของตนเสียชีวิตไปเป็นเดือนแล้ว เธอไม่น่าจะมาท้องได้
“น่าเกลียด พูดอะไรอย่างนี้คะคุณดาญ่า ท้องเทิ้งอะไร ฉันแค่น้ำในหูไม่เท่ากัน”
“มิน่าล่ะคะถึงได้แอบเข้าเรือนเล็กของฉันแล้วไปเป็นลมเป็นแล้งในบ้าน จะเข้าไปขโมยอะไรเหรอคะคุณแม่เลี้ยง เสียใจด้วยนะคะที่หาไม่เจอ”
วัชรีปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปขโมย นันทิยาต่อว่าดาญ่าจะกล่าวหาอะไรใครต้องมีหลักฐาน เธอยืนยันว่ามีเทวัตเป็นพยานให้ได้เพราะวันนั้นเขาเป็นคนช่วยพยุงยัยแม่เลี้ยงของเธอออกมา เทวัตเห็นเหิมจ้องเขม็งจำต้องโกหกว่าวันนั้นวัชรีไม่ได้เข้าไปขโมยของแค่เข้าไปดูว่ามีส่วนไหนของเรือนเล็กที่ต้องซ่อมแซมบ้าง แต่เกิดเป็นลมหน้ามืดเสียก่อน ดาญ่าแทบไม่เชื่อหูตัวเองลุกพรวดชี้หน้าเขาทำไมต้องโกหกด้วย นี่เขาเป็นอะไรไป
“อยู่ๆคุณก็เปลี่ยนไป กลับมาช่วยคนพวกนี้”
“ผมไม่ได้ช่วยใครทั้งนั้น ผมกำลังช่วยคุณนั่นแหละ”










