ตอนที่ 8
ด้านวัชรีเต้นเป็นเจ้าเข้าเมื่อรู้จากเหิมว่าดาญ่ากวาดทุกอย่างออกจากธนาคารไปหมดทั้งเงินและ
เครื่องเพชร เธอไม่เข้าใจมันรู้ทันเราได้อย่างไรว่ากำลังตามล่าสมบัติจากมันอยู่ เหิมเสียงเข้มจะไม่รู้ได้อย่างไรในเมื่อมีไอ้นอกคอกอย่างเทวัตคอยช่วยมันอยู่ วัชรีแนะให้รีบจัดการกับเกลือเป็นหนอนก่อนจะทำให้เราเน่า
กันหมด โดยเฉพาะหนอนตัวนี้เขาเป็นคนเก็บมาเลี้ยง ต้องรู้วิธีว่าจะกำราบมันอย่างไร เหิมแค้นมากอยากจะฆ่ามันให้รู้แล้วรู้รอด...
เทวัตแอบมายืนหน้าเครียดอยู่ตรงระเบียงบ้านสวนเพียงลำพัง ปล่อยให้อารยะกับดาญ่าคุยกันอยู่ในบ้าน เขาอดนึกถึงที่พ่อขู่จะฆ่าเมื่อคืนไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาตระหนักดีว่าพ่อไม่มีวันยอมให้เขากับดาญ่ารักกัน แต่จะให้เขาเลิกรักเลิกสนใจเธอคงทำไม่ได้ จะให้เนรคุณพ่อก็ไม่ได้อีกเช่นกัน เขาเครียดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรดี...
อารยะเล่าถึงสาเหตุที่เทวัตต้องตามตนเองมาช่วยดูแลด้านกฎหมายให้ดาญ่าเพราะเขาเป็นห่วงเธอมากกลัวจะเพลี่ยงพล้ำโดนแม่เลี้ยงฮุบสมบัติไปหมด
ยิ่งฝ่ายโน้นมีเหิมมาช่วยเป็นกุนซือให้ยิ่งทำให้เทวัตลำบากใจเพราะฝ่ายหนึ่งแม้จะไม่ใช่พ่อแท้ๆแต่ก็เป็นพ่อผู้มีพระคุณ อีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นหญิงที่เขารักมากอยากปกป้อง ตอนนี้เขาก็เลยเหมือนคนที่ยืนอยู่กลางลำเรือที่ล่องอยู่ในทะเลคลั่ง ดาญ่าถอนใจหนักใจ
“ฉันเองก็ไม่มีทางเลือกค่ะ เพราะถ้าฉันไม่สู้
ชีวิตของฉันทั้งชีวิตก็จะล่มเหมือนกัน”
“เอาเป็นว่าเทวัตมันส่งผมมาช่วยคุณก็แล้วกันเพราะต่อให้คุณเก่งแค่ไหนแต่ประสบการณ์ของคุณอาจจะสู้คนที่เจนสังเวียนอย่างทนายเหิมไม่ได้ นี่นามบัตรผมครับ เบอร์มือถือผมติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง” อารยะว่าแล้วยื่นนามบัตรให้ ดาญ่าเสร็จธุระกับอารยะก็ออกไปหาเทวัตที่ระเบียงบ้านถามว่าคิดอะไรอยู่ เขาคิดถึงเธอขออยู่กับเธออีกสักห้านาทีก่อนกลับแล้วดึงตัวมากอด อยากให้ทุกวินาทีที่เราอยู่ด้วยกันยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ไม่มีสิ้นสุด
“ผมกลัวว่าถ้าหยุดเมื่อไหร่เราอาจจะต้องแยกจากกันชั่วชีวิต”
“อย่าพูดอย่างนี้สิ ฉันใจคอไม่ดีนะ”
อีกมุมหนึ่งในบ้าน อารยะมองไปที่ระเบียง เห็นเทวัตกอดดาญ่าด้วยสีหน้าอมทุกข์แล้วสงสารจับใจ เสียดายคนดีๆอย่างเขาไม่น่ามาเป็นลูกเลี้ยงของคนอย่างเหิม แล้วผละจากไป ปล่อยให้คู่รักได้อยู่กันตามลำพัง...










