ตอนที่ 8
ทางฝ่ายเทวัตกลับถึงบ้านเห็นเหิมยืนหน้าเหี้ยมรอท่าอยู่ท่ามกลางข้าวของกระจายเกลื่อนพื้นก็ตกใจ เหิมไม่พูดพล่ามเล่นงานลูกที่ไม่ยอมรับสาย นั่นเท่ากับเขาเลือกข้างดาญ่าไม่เลือกข้างตนที่เป็นคนเลี้ยงดูเขามา เทวัตสารภาพว่าที่ต้องทำแบบนั้นเพราะรักดาญ่า เหิมโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงตวาดลั่นว่าเขาจะรักกับเธอไม่ได้
“ทำไมจะรักไม่ได้ครับพ่อ คุณดาญ่าเป็นลูกสาวคุณภิมุขคนที่มีพระคุณกับเรา แค่พ่อเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องให้คุณดาญ่าได้รับสิทธิอันชอบธรรมในฐานะที่เป็นทนายของคุณอาภิมุขเท่านั้น เราก็อยู่ร่วมกันได้แล้ว”
“อย่างงั้นเหรอ” เหิมตวัดหลังมือตบเทวัตเซถลาเป็นนกปีกหัก...
เหมือนมีลางส่งถึงกัน ดาญ่าที่กำลังหลับสะดุ้งตื่นร้องเรียกเทวัตเสียงหลง คุณหนูเรือนเล็กที่ให้เธอนอนหนุนตักชี้หน้าพลางล้อเลียนว่านี่เธอคิดถึงผู้ชายที่ออกแบบเรือนหลังนี้อีกแล้วหรือ เธอสารภาพว่าไม่ใช่แค่คิดถึงแต่รักเขาเข้าแล้ว คุณหนูตกใจหน้าเหลอหลา ไหนวันก่อนแค่บอกว่าชอบ วันนี้รักเขาเสียแล้ว เธอเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานถูกโจรจี้ชิงทรัพย์ ถ้าไม่ได้เทวัตเสี่ยงชีวิตช่วยเอาไว้เธอคงตายไปแล้ว
“ตัวเองไปเจอเรื่องร้ายมานี่เอง เค้าถึงว่าตัวเองดูไม่ค่อยสบายเลย โอ๋ ดาญ่าของเค้าไม่เป็นไรมากน้า” คุณหนูสวมกอดดาญ่าไว้อย่างปลอบโยน เธอยิ้มมีความสุขที่ตัดสินใจเปิดใจตัวเองกับเทวัต ในเมื่อรักเขาแล้วก็จะรักต่อไป หากวันใดข้างหน้ามีอะไรเกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจรักผู้ชายคนนี้ เธอก็พร้อมจะรับมัน
“แต่เค้ามั่นใจว่าเค้าดูคนไม่ผิดหรอก คุณเทวัตไม่ใช่หนึ่งในสามผู้ชายอันตรายที่ตัวเองเตือนเค้าแน่”
ooooooo
เหิมยังคงระเบิดอารมณ์ใส่เทวัตไม่หยุด ไม่ใช่แค่ด่าลูกตัวเองเท่านั้นยังพาลด่าไปถึงภิมุขผู้มีพระคุณของเขาอีกด้วย หาว่าเป็นไอ้แก่ตัณหากลับ ข่มขืนวัชรี เทวัตส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อ เหิมยืนยันว่าเป็นความจริง
“เมียขี้โรคของมันป่วยออดๆแอดๆ สนองความอยากให้มันไม่ได้ พอมีโอกาสมันก็เลยปล้ำวัชรี” เหิมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้เทวัตฟังแต่ไม่ยอมบอกความจริงว่าที่แท้แล้วเป็นแผนการของเขากับวัชรี
ตอนนั้นวัชรีมาหาภิมุขที่ห้องทำงานบนตึกใหญ่เพื่อรายงานเรื่องที่ดารินไม่ยอมกินยาและไม่แตะต้องอาหาร ครั้นเห็นเขาดื่มเหล้าท่าทางมึนเมาอยู่ เข้าไปลูบเนื้อลูบตัวทำทีเป็นเห็นใจที่เขามีเมียป่วยกระเสาะ กระแสะ เขาเคลิ้มไปกับการสัมผัสและด้วยฤทธิ์สุราจึงดึงเธอมากอดจูบ วัชรีรอท่าอยู่แล้วแสร้งดิ้นหนีพอเป็นพิธีก่อนจะปล่อยให้เขาทำตามใจ ทั้งคู่ได้เสียกันบนโซฟาในห้องทำงานนั่นเอง










