ตอนที่ 9
พ่อออกตัวแทน กานติมาเสียงขุ่นถามว่าแล้วปล่อยให้ลงมาได้ยังไง พ่อบอกว่าตนออกมาจากห้องก็เห็นแขเดินลงบันไดมาแล้ว กานติมาจึงขอตัวไปดูแข ฐิติพาจึงลากลับ
พอออกมาถึงหน้าบ้านช่วงก็กระซิบขนลุกขนพองว่า
“อาการมนตร์ดำเข้าตัว มันจะเริ่มไม่รับรู้แล้วว่าตัวเป็นใคร”
ฐิติพากลืนน้ำลายฝืดคอ กลัวว่าตัวเองจะโดนแบบนี้เหมือนกัน
ขณะที่ฐิติพาเตรียมกลับแล้ว ยุพาก็เดินทางมาคนเดียวบอกว่ายังไงก็ยังกลับไม่ได้เพราะฉัตรชนกยังหายไป เชื่อว่าคงรู้ตัวจากนางอิ่มที่มาบอก ยุพาบอกว่ายังไงก็ต้องหาฉัตรชนกให้เจออย่าให้มันโผล่มาอีก เพราะยังมีที่ทางของท่านชายอีกมากที่ยังไม่ได้จัดการให้ครบถ้วน
ฐิติพาบอกว่ากนกแขคงไม่ได้เรื่องแล้ว ช่วงบอกว่ามนตร์ดำย้อนเข้าตัวดูบ้าบอเนื้อตัวก็มีกลิ่นเหม็นเน่า ยุพาบอกว่าเราไม่ต้องพึ่งกนกแขแล้ว พึ่งตัวเองนั่นแหละดีที่สุด ฐิติพากลัว บอกว่าตนไม่ทำอีกแล้วไม่อยากเป็นอย่างแข
“หญิงไม่ต้องเป็น หญิงไม่ต้องทำ เรื่องนี้แม่จัดการเอง เย็นนี้เราไปงานศพยัยปฐมาด้วยกัน”
ooooooo
ในงานศพ ยุพาขอคุยกับปภาคินอ้างว่าท่านชายคงจะทรงเห็นด้วยทุกข้อทีเดียว
ยุพาใส่ร้ายว่าฉัตรชนกรักกับธนาตั้งแต่สมัยเรียน ทำเสน่ห์ใส่คุณใหญ่จนแต่งงานด้วย แล้วร่วมมือกับธนามาปล้นบ้านคุณใหญ่ได้ของสมใจแล้วก็หนีไปเสวยสุขกับธนาที่ไหนก็ไม่รู้
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน” ปภาคินแย้ง
“ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะทำได้ถึงเพียงนี้ คุณใหญ่คะพวกเราสกุลโสภณอับอายกับการกระทำของนังฉัตรมากเหลือเกิน พระวิญญาณของท่านชายคงจะไม่อาจพักผ่อนได้อย่างสันติหากคุณใหญ่ยังไม่ฟ้องหย่าขาดจากมันตัดมันเสียให้ขาดเถิด อย่าให้มันเอาชาติตระกูลของคุณใหญ่ไปแอบอ้างต่อที่ไหนเลย”
เมื่อเป่าหูจนปภาคินเริ่มเชื่อแล้ว ยุพาก็ส่งสัญญาณให้ฐิติพาเล่นต่อ ฐิติพายุว่า
“หญิงได้ยินทุกคำกล่าวที่มันอาฆาตคุณแม่ของคุณ มันว่าท่านกีดกันไม่ให้มันได้เข้าใกล้คุณง่ายๆ”
พอพูดถึงเรื่องคุณแม่ปภาคินก็ทนไม่ได้ ซบหน้ากับฝ่ามือ ขออยู่คนเดียวสักครู่ เขายืนหันหลังให้สองแม่ลูกอย่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ฝ่ายสองแม่ลูกสบตากันอย่างสมใจในชัยชนะแล้วเดินกระหยิ่มออกจากห้องไป
เมื่อกลับถึงที่พัก ฐิติพาบอกแม่ว่าตนเชื่อว่างานนี้เราต้องสำเร็จ พรุ่งนี้เราก็น่าจะกลับกันได้แล้ว แต่ยุพาบอกว่าไม่ได้ เราต้องอยู่จนจบงาน 7 วันก่อน ในยามนี้เราต้องอยู่ปลอบใจปภาคินเพื่อให้เขาเชื่อใจและไว้ใจเรา
ช่วงบอกว่าคุณหญิงเชื่อหม่อมท่านเถิด ท่านทำสำเร็จมาแล้วไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่าหม่อมอีกแล้ว ฐิติพาจึงจำต้องยอม










