ตอนที่ 9
“เพราะความจริงคือความสมบูรณ์ของเรื่องราว มันเป็นเหตุเป็นผลของตัวละคร มันทำให้เรื่องนี้มันสมจริงไงล่ะ มันทำให้ละครเรื่องนี้มันมีชีวิต ไม่ฝืน ไม่เฟก...”
ธีรัชมองหน้าขวัญอย่างรู้สึกทำใจลำบาก พอดีฉายฉานเดินเข้ามาทักอย่างอารมณ์ดี ธีรัชบอกว่าไม่คิดว่า เขาจะตามมาจริงๆ ขวัญอุมาก็ทักอย่างดีใจ
“ผมก็สนใจเรื่องจริงเหมือนคุณเหมือนกัน ขวัญ คุณเก่งจริงๆนะ ตามหาจนพบต้นตอ”
“ก็ต้นตอทั้งหมดแหละฉาน บันทึกของคุณปภาคินก็เป็นเรื่องของเขา ความเห็นของเขา คุณโกศลเจ้าของร้านหลานคุณยายสมเจ้าของที่เช่าของฉัตรชนก ก็ให้ข้อมูลชีวิตของครูฉัตรและครูธนา และเราก็ได้รู้เรื่องของฉัตรชนกกับชีวิตบั้นปลายของเธอ จากคุณยายป่านลูกสาวคนเดียวของฉัตรชนกกับปภาคิน”
ฉายฉานถามว่าฉัตรชนกมีลูกด้วยหรือ ขวัญชนกบอกว่าเขาจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา จากกันด้วยความเข้าใจผิด จากกันมาท่ามกลางการใส่ร้ายป้ายสี ฉายฉานขอให้ขวัญอุมาอัพเดตเรื่องทั้งหมดให้ทีและถ้าเป็นไปได้ตนก็อยากไปพบลูกของครูฉัตรเหมือนกัน
ขวัญอุมายิ้มดีใจที่ได้คนร่วมอุดมการณ์กับตน
ooooooo
ที่บ้านปภาคินกำลังตึงเครียด ปภาคินให้
นายสุขพาพ่อไปที่รถก่อน บอกบ่าวหญิงให้หาชุดมาเปลี่ยนให้คุณแม่ ผ้าปูที่นอนกับผ้าคลุม บ่าว
มองอย่างไม่รู้จะเอาจากที่ไหน ปภาคินจึงบอกให้
ตามตนมา
ปภาคินเดินขึ้นไปชั้นสองก็ได้ยินเสียงวรดาครางฮือๆอย่างคนเสียสติ มองหาจึงเห็นวรดาคุดคู้
ตัวสั่นร้องไห้อยู่ข้างเตียง ปภาคินถลาเขาไปคว้าตัวขึ้นมากอดปลอบขวัญ
“ดา...ดาน้องพี่ ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่มาแล้ว ใครทำอะไรดาหรือเปล่า”
ปภาคินบอกวรดาว่าคุณพ่อบาดเจ็บเครื่องมือบ้านเรามีไม่พอ ตนต้องพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล ถามว่าดาไปกับพี่ไหวไหม วรดายังตัวสั่นในสภาพช็อก ปภาคินตัดสินใจอุ้มน้องลงไป
คืนเดียวกันที่บ้านสวนของนวลอนงค์ก็ถูกโจรบุกเข้าไปจับตัวนวลอนงค์ที่กำลังจะออกมาตักน้ำ อิ่มได้ยินเสียงเอะอะออกมาสู้กับโจร ฉัตรชนกวิ่งออกมา โจรยกดาบไปทางฉัตรชนกอิ่มพุ่งเข้าคว้าคอด้านหลังมัน โจรเอี้ยวมองอิ่มทำให้ผ้าที่ผูกติดหน้ามันหลุด มันคือคนที่พากนกแขกับช่วงไปทางสามแพร่งนั่นเอง!
อิ่มตกใจเพราะคุ้นหน้า ฉัตรชนกนั่งกับพื้นด้วยความกลัว ธนาร้องถามฉัตรว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงพากันถืออาวุธเข้ามาช่วย โจรที่ผ้าคลุมหน้าหลุดผลักอิ่มไปทรุดกับพื้นตะโกน “ถอย...”










