นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ่วงนฤมิต

    SHARE
    • แนว
    • :
    • โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด
    • บทประพันธ์โดย
    • :
    • ลินิน
    • บทโทรทัศน์โดย
    • :
    • นลินี สีตะสุวรรณ
    • กำกับการแสดงโดย
    • :
    • สำรวย รักชาติ
    • ผลิตโดย
    • :
    • บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
    • ช่องออกอากาศ
    • :
    • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
    • นักแสดงนำ
    • :
    • อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

    บ่วงนฤมิต ตอนล่าสุด

    ตอนที่ 1

    ในงานแจกรางวัลนักแสดง ณ สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ด้านหลังเวทีมีรูปรางวัลขยายใหญ่ มีตัวหนังสือ “นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม” มีภาพนิ่งของ ขวัญอุมา จันทรารักษ์ ขยายบนจอคู่กับรางวัล

    ขวัญอุมาขึ้นยืนบนเวทียกพื้นหลังโพเดียม มือถือรางวัลที่ได้รับ กล่าวความรู้สึกที่ทุกคนตั้งใจฟังว่า

    ตอนที่ 2

    อรนภาได้ทีที่เป็นต่อแจ้นไปหาคุณจี๊ดทำเป็นเห็นใจขวัญอุมาว่าเขาไม่แฮปปี้กับเรื่องนี้เลย

    คุณจี๊ดบอกว่าถ้าไม่แฮปปี้เขาก็ต้องมาบอกเพราะเล่นละครกันมาสามเรื่องแล้วและลูกปลาก็โทร.มาคุยทุกอาทิตย์มีอะไรต้องบอกแล้ว อรนภาติงว่าขวัญอาจเกรงใจเพราะคุณอาเคยพูดว่าเรื่องนี้เหมาะกับเขามาก

    ตอนที่ 3

    เมื่อปภาคินเปิดฟลอร์กับฉัตรชนก จึงมีเสียงถามกันว่าเธอเป็นใคร โดยเฉพาะปพน ปฐมาตอบเสียงเครียด

    ว่าลูกแม่บ้านที่บริษัทและแม่ค้าขายผัก ปพนพูดอย่างไม่พอใจว่า “งั้นเหรอ” ปฐมาย้ำเสียงเครียดว่า

    ตอนที่ 4

    หลังจากงานเต้นรำประมาณสองเดือน...วันนี้ขณะที่ฉัตรชนกกำลังปักสะดึงมุมผ้าเช็ดหน้าเป็นช่อดอกราตรีอยู่ที่ห้องโถงบ้านสวนตัวเอง ที่ใต้ช่อปักอักษร “ดวงใจปภาคิน” เสร็จแล้ว ก็ได้ยินเสียงรถเข้ามาจอด

    ฉัตรชนกวางสะดึงเดินไปรับเห็นกนกแขเดินปึงๆจากรถจะเข้าบ้าน ฉัตรชนกถามว่าไปไหนมาหรือ กนกแขบอกว่าตั้งใจมาที่นี่เพราะเมื่อกี้ไปบ้านรมย์ฤดีเธอไม่อยู่ที่นั่นเลยแน่ใจว่าเธอต้องอยู่บ้าน วันก่อนมา เมื่อวานค่ำก็มาเธอก็ไม่อยู่เพราะไปที่รมย์ฤดี ถามเสียงกระด้างว่าไปทำไมกันนักหนา

    เรื่องย่อละคร บ่วงนฤมิต

    ‘รอยอดีต’ เป็นละครเรื่องใหม่ที่ขวัญอุมา เพิ่งได้รับการทาบทามให้สวมบทบาทนางร้ายเป็นครั้งแรก เป็นนางร้ายบทเด่นที่สุดของเรื่องที่จะได้พิสูจน์ความสามารถของนางเอกเจ้าน้ำตาอย่างเธอ หลังถ่ายทอดฝีมือมาแล้วหลายต่อหลายเรื่องจนได้รับฉายาว่านางเอกน้ำตาสั่งได้ ทว่าหลังได้อ่านบทแล้วก็รู้สึกไม่ชอบใจนักกับบท ของ ‘โฉมเฉลา’ (ภีรนีย์ คงไทย) บางครั้งหลังอ่านบทบางตอนก่อให้เกิดความทรงจำรางเลือน เหมือนภาพฝันขาดวิ่นที่ไม่ปะติดปะต่อ จึงนำเรื่องนี้มาปรึกษา ‘ลูกปลา’ (ดีเจบุ๊คโกะ) ผู้จัดการส่วนตัว และยืนยันว่าบทมันไม่ถูกต้อง คิดว่านางเอกต้องไม่ใช่แบบนี้ จึงทำให้ทั้งคู่ต้องไปหาซื้อหนังสือ และที่ร้านหนังสือนั่นเอง ก็ทำให้ขวัญได้พบกับธีรัชโดยบังเอิญ และหนังสือก็หมดไปแล้ว ไม่มีขายเธอจึงยังไม่ได้หนังสือมาเป็นของตนเอง

    ละครเรื่องรอยอดีต มี คเชนทร์ (กลศ อัทธเสรี) เป็นผู้กำกับ ซึ่งเป็นเพื่อนกับ แม่ของธีรัช ซึ่งงานนี้ วิยาดา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) รับวาดรูปภาพเหมือนของขวัญอุมาในเรื่องอีกด้วย ส่วนอรนภา ก็ได้รับบทเป็นนางเอก ที่มีชื่อว่าพิมพ์แข อรนภา (นปภา ตันตระกูล) มีผู้ติดตามคือแต้วแร้ว ซึ่งมักจะมีปากเสียงกับลูกปลาอยู่บ่อย ๆ ภาพที่คนเห็นภายนอกว่าอรนภา เป็นนางเอกของวงการ แต่จริงๆ แล้วเธอคอยหาทางกลั่นแกล้งขวัญอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้วยตนเอง และโดยการใช้แต้วแร้วเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ยังมี ฉายฉาน (พศุตม์ บานแย้ม) ที่รับบทเป็นธนกฤต และปกป้องก็ร่วมเล่นละครด้วย 

    ธีรัช (อัชฎา นามปาน) มีโอกาสได้อ่านนิยาย ซึ่งแม่ของเขามีเก็บไว้ แล้วก็เริ่มติดจนไม่ยอมวางมือ เพราะเขาเองก็มีความผูกพันกับตัวละครบอกไม่ถูก แถมยังเอาเก็บไปฝัน เป็นเรื่องเป็นราว เขาฝันถึงตอนที่ปราน พระเอกในนิยายกลับจากอังกฤษ แล้วแม่พยายามจับคู่ให้เขากับกนกแข แต่น้องสาวกลับคิดจับคู่ให้พี่ชายกับโฉมเฉลาครูประจำชั้นตัวเอง แต่ในฝันนั้น ปรานชื่อปภาคิน พิมพ์แขชื่อกนกแขและโฉมเฉลาชื่อฉัตรชนก ในวันทำพิธีบวงสรวงละครรอยอดีต ธีรัชเอารูปที่แม่วาดไปส่งให้ที่กองถ่ายแต่ขวัญอุมาซุ่มซ่ามเดินชนเขาจนกรอบรูปตกลงมาแตก วิยาดาเสียดายภาพที่เสียหายมาก เพราะภาพของขวัญอุมาวาดยากที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยวาดภาพเหมือนคนมา และไม่เพียงแต่ธีรัชที่ฝันถึงเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับหนังสือนิยายรอยอดีต ขวัญอุมาเองหลังแสดงบทบาทของโฉมเฉลาเธอก็เก็บเรื่องนี้ไปฝันได้เป็นฉากๆ ราวกับกำลังนั่งดูละคร เพียงแต่บุคคลในฝันชื่อไม่เหมือนตัวละครในนิยายรอยอดีต แต่เนื้อเรื่อง เนื้อหาสอคล้องกันอย่างน่าแปลกใจ และตอนถ่ายละครเรื่องนี้หญิงสาวก็เข้าถึงบทบาทราวกับเป็นโฉมเฉลาจริงๆ แถมยังติติงรายละเอียดต่างๆ ในฉากที่เธอเห็นว่าขาดหายไปได้ดีเยี่ยมจนคเชนทร์ผู้กำกับและลูกปลาแปลกใจ

    เกิดอุบัติเหตุ บ้านที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ เกิดไฟไหม้ จนกองถ่ายต้องหยุดชะงักลง ขวัญและลูกปลาได้พบกับวิยาดาโดยบังเอิญที่บ้านศรีราชา วิยาดาขอให้ขวัญมาเป็นแบบให้เธอวาดรูปอีกครั้ง และเชิญให้ขวัญพร้อมทั้งลูกปลา พักอยู่ที่บ้านอีกด้วย และที่นั่นเอง ก็ทำให้ขวัญและธีรัชได้พบกันอีกครั้ง คืนแรกที่พักในบ้านของวิยาดา ขวัญอุมากับธีรัชได้กลิ่นหอมแรงของดอกราตรีจึงเดินออกมาตามหาที่มาของกลิ่น ดูเหมือนจะมีแค่เธอกับเขาเท่านั้นที่ได้กลิ่นนี้ และเมื่อเดินมาพบกันโดยบังเอิญ เธอกับเขาก็คล้ายจะเห็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งตรงจุดที่กำลังยืนอยู่

    อดีต

    พลโทปพณ (มาตรา ไพรหิรัญ) และคุณปฐมา (สาวิตรี สามิภักดิ์) แห่งคฤหาสน์รมย์ฤดี กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวต้อนรับปภาคิน คุณชายใหญ่ของบ้านที่เพิ่งกลับจากไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ปภาคินมีน้องสาวที่อายุห่างกันหลายปีชื่อวรดา (รัดเกล้าแจ่มอุลิตรัตน์) และปฐมาคิดจะจับคู่ลูกชายกับ‘กนกแข’ (นปภา ตันตระกูล) ลูกสาวของกานติมา (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร ) ซึ่งเป็นเพื่อนของตนเอง ขณะนี้กนกแขกำลังเรียนอยู่ชั้นม.ปลาย กนกแขเป็นเพื่อนกับ ฉัตรชนก (ภีรนีย์ คงไทย) แต่ด้วยความที่ฉัตรชนกเป็นคนหัวดี จึงสามารถสอบเลื่อนชั้น และสามารถไปเป็นครูได้ในที่สุด พร้อม ๆ กับธนา (พศุตม์ บานแย้ม) ซึ่งคบหากันเป็นเพื่อนสนิทมาหลายปี ธนานั้นเป็นคนดี แต่ยากจน เช่าบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของฉัตรชนก ซึ่งอยู่สองคนกับแม่ นวลนงค์ (สุปรานี เจริญผล) ไม่เคยเล่าเรื่องความเป็นมาของพ่อให้ฟังว่าเป็นใคร เพียงแต่บอกกับฉัตรชนกว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว กนกแขไปมาหาสู่ที่บ้านฉัตรชนกเป็นประจำ และที่นั่นเองทำให้ธนาได้พบกับกนกแข ความเป็นสาวแรกรุ่นของกนกแขเป็นที่ดึงดูดใจของธนา ทั้งกนกแขเอง ก็ให้ความใกล้ชิดกับธนาอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ทั้งคู่แอบคบหากันโดยที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ มีเพียงฉัตรชนกเท่านั้น ที่เห็นความเป็นไปของคนทั้งสอง ซึ่งลึกๆในใจแล้ว ฉัตรชนกเอง ก็มีใจให้ธนาอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นธนามีความสุข ฉัตรก็ยินดีด้วยใจจริง กนกแขไม่ยอมไปงานเลี้ยงต้นรับปภาคินเพราะยังหลงไหลในตัวธนา อีกทั้งยังพูดยกปภาคินให้กับฉัตรชนกอีกด้วย วรดาเป็นลูกศิษย์ของฉัตรชนก เห็นในความดีงาม เฉลียวฉลาดและความสวยของฉัตรชนก จึงแนะนำให้ปภาคินได้พบกับฉัตรชนก ปภาคินรู้สึกประทับใจในตัวฉัตรชนกตั้งแต่แรกเจอ และชวนให้ฉัตรชนก ไปงานเลี้ยงวันเกิดที่บ้านของเขาในสัปดาห์ต่อมา เมื่อถึงวันงาน กนกแขก็มาก็พ่อแม่ด้วย กนกแขเห็นความหล่อเหลา อีกทั้งความร่ำรวย ซึ่งธนาไม่มีอะไรเทียบเท่าปภาคินเลย จึงพยายามทำตัวเป็นเจ้าของปภาคิน แต่ปภาคินไม่ได้สนใจ เขายังมองแต่ฉัตรชนกเพียงผู้เดียว ทำให้กนกแขเริ่มไม่พอใจ กนกแข หวังจะได้เต้นรำคู่กับปภาคินเป็นคนแรก แต่ปภาคิน กลับชวนวรดาไปเต้นด้วยแทน ธนาเองก็เสียใจที่กนกแขหันไปสนใจปภาคินในเวลาอันรวดเร็ว ฉัตรชนกสงสาร จึงปลอบใจธนา ธนารู้ซึ้งว่า ฉัตรชนกคือผู้หญิงที่งดงามทั้งกายและใจ ปภาคินขอฉัตรชนกให้เต้นรำด้วย ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง กนกแขเริ่มวางแผนสลัดธนาไปจากตน และจะต้องแต่งงานกับปภาคินให้ได้ ส่วนปภาคินก็เริ่มไปมาหาสู่กับฉัตรชนกที่บ้าน จนแม่เริ่มไม่สบายใจ เพราะเห็นความแตกต่างในเรื่องฐานะ กลัวลูกสาวตนเองจะต้องเจ็บปวดในที่สุด 

    ปัจจุบัน

    คเชนทร์ขอใช้บ้านของวิยาดาในการถ่ายทำ หลังจากที่สถานที่เดิมนั้นไฟไหม้ วิยาดาอนุญาตในที่สุด เพราะต้องการวาดรูปของขวัญให้เสร็จอีกด้วย แต่ปกป้อง พระเอกของเรื่องเกิดอุบัติเหตุขาหักเล่นต่อไม่ได้ คุณวรา เจ้าของละครหัวเสียอย่างหนัก รีบไปดูอาการ แล้วก็สั่งให้คเชนทร์เดินหน้าลุยถ่ายทำต่อ ไม่ต้องรอให้ปกป้องหายป่วย โทษที่เตือนแล้วไม่ฟัง เรื่องที่ไม่ให้ขับมอเตอร์ไซค์ คเชนทร์ได้พบกับธีรัช วันที่เขากลับมาหาแม่ที่ศรีราชา คเชนทร์ถูกชะตากับธีรัช ขอให้เขามาเป็นพระเอกให้ แรกๆเขาปฎิเสธ แต่พอเจอแม่เกลี้ยกล่อม และขวัญลองติวบทให้ ซึ่งขวัญเองก็รับรองกับคเชนทร์ว่า ธีรัชนั้นมีหัวทางด้านการแสดง ทำให้ธีรัช รับปากเล่นเป็นพระเอกที่ชื่อปราน ในที่สุด แรก ๆ ธีรัชเหมือนยังเล่นละครได้ไม่ดีนัก แต่พอถ่ายทำจริง กลับเล่นได้อย่างสมจริงเป็นที่สุด ทั้งคเชนทร์ ขวัญอุมา อรนภา ฉายฉาน ต่างก็เริ่มยอมรับในตัวเขา ธีรัชกับขวัญเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งจากการที่ขวัญตกน้ำในกองถ่าย แล้วเขาพาเธอไปโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งในฉากที่กนกแข แกล้งทำให้ขวัญตกน้ำ แล้วธีรัชไปช่วย ทำให้คนทั้งสองเริ่มผูกพันกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว 

    แล้ววันหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำ ธีรัช ขวัญ ลูกปลา ก็มากินข้าวด้วยกัน พบฉายฉานกับอรอุมา ที่กำลังจะกลับออกจากร้าน ฉายฉานให้ขวัญไปดูรูปถ่ายในร้าน ที่มีใบหน้าเหมือนขวัญ ขวัญเห็นรูปก็ตกใจ จึงขอพบโกสุมเจ้าของร้าน โกสุมเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง บอกว่าย่าสมเป็นเจ้าของที่ แบ่งที่ปลูกบ้านให้เช่าทำสวนผัก ครูฉัตรแต่งงานไปกับเศรษฐีตึกเย็นหรือบ้านรมย์ฤดี เป็นคุณหมอ ขอมาปรับปรุงที่ เลยถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก รวมถึงครูธนาด้วย ขวัญให้โกสุมเล่าถึงเรื่องราวในอดีต โกสุมยืนยัน ฉัตรรักปภาคินคนเดียว ไม่ได้รักธนา มีแต่คนในครอบครัวที่ใส่ร้ายว่าฉัตรทำเสน่ห์ใส่หมอปภาคิน ธีรัชได้พบกับบันทึกของปภาคินในเล่มแรก และเล่มที่สองในเวลาต่อมา เขานำไปถ่ายเอกสารแล้วแบ่งกับขวัญช่วยกันอ่านเพราะต่างอยากรู้ความจริง ธีรัชกับ ขวัญ เล่าเรื่องความจริงในสมุดบันทึกให้คเชนทร์ คุณวราฟัง และทุกคนก็ไปหานลิน เพื่อปรับบทให้ตรงกับความจริงในสมุดบันทึกของปภาคิน อรนภาตกใจที่มีการปรับเปลี่ยนบท คเชนทร์บอก ถึงแม้บทจะไม่ตรงกับนิยาย แต่จะโปรโมทให้ละครเรื่องรอยอดีต เป็นเรื่องจริง ที่ยิ่งกว่านิยาย คุณวราเองก็เห็นด้วย 

    อดีต

    พ่อและแม่ของปภาคินไม่อาจทัดทานความรักที่ลูกชายมีต่อฉัตรชนกได้ จึงยอมให้ทั้งคู่แต่งงานกัน ศักดินัย (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) ซึ่งเป็นคนดูแลปภาคิน ตอนที่ไปเรียนอยู่ต่างประเทศ ก็มางานนี้ด้วย พร้อมกับลูกสาวคือฐิติพา (เสตฟานี เลอร์ช) ที่เกิดกับหม่อมยุพา (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) เมื่อศักดินัยรู้ว่าฉัตรชนกเป็นลูกของนวลนงค์ ก็เกิดสงสัยว่าใครเป็นพ่อของเธอ นวลนงค์เองก็ช็อคเหมือนกันที่ได้พบกับศักดินัยแบบไม่ตั้งตัว เพราะในอดีตนั้น ตนเองเคยเป็นภรรยาของศักดินัยมาก่อน สุดท้าย นวลนงค์จึงสารภาพกับศักดินัยในที่สุด ว่าฉัตรชนก เป็นลูกของเธอที่เกิดจากศักดินัย โดยที่ศักดินัยไม่รู้ ศักดินัยดีใจมากที่ได้พบกับลูกสาว แต่คนที่เคียดแค้นเป็นที่สุดก็คือ กนกแข ที่ฉัตรชนก แย่งปภาคินไปจากเธอ หนำซ้ำ ตอนนี้ ฉัตรชนก ยังกลายเป็นหม่อมราชวงศ์อีก ฐิติพาเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อฉัตรชนกเข้ามาเกี่ยวดองกับเธอ สมบัติที่วังโสภณ ก็จะต้องถูกแบ่งไปให้กับฉัตรชนก ซึ่งข้อนี้เอง ทำให้ทั้งกนกแข และฐิติพายอมไม่ได้ จึงตกลงใจจะร่วมมือกัน หาทางให้ครอบครัวของฉัตรชนกแตกแยก เพื่อที่ปภาคินจะได้มาเป็นของกนกแข และจะต้องเขี่ยให้ฉัตรชนก ไปจากวังโสภณให้ได้ เพื่อที่สมบัติจะได้ไม่ตกไปถึงมือฉัตรชนก ศักดินัย และนวลนงค์ ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด หลังจากที่ศักดินัยเข้าใจผิด คิดว่านวลนงค์ หนีตามชายอื่นไป หลังจากแต่งงาน ศักดินัยก็ชวนฉัตรชนกไปเยี่ยม วังโสภณที่กรุงเทพฯสัก3ถึง4 วัน จึงไม่ได้พบกับหมอที่ไปทำงานตั้งแต่เช้า ซึ่งตอนนี้หมอเข้าใจผิด คิดว่าฉัตรยังรักธนาอยู่และพยายามหนีหายไปจากเขา จึงเสียใจมาก ปฐมาดีใจที่ฉัตรได้เป็นหม่อมราชวงศ์ หม่อมยุพาแค้นใจที่ศักดินัยพานวลกับฉัตรมาที่วังโสภณ สั่งให้ช่วง (ณัฐนีย์สิทธิสมาน) คนรับใช้คนสนิท ไปหาหมอเสน่ห์ คิดจะกำจัดฉัตรเพื่อแก้แค้นนวล หมอกลับบ้านไม่พบฉัตร เสียใจที่รู้ความจริงเป็นคนสุดท้ายเรื่องที่ฉัตรเป็นลูกศักดินัย คิดว่าฉัตรไม่รักตนแล้ว ฐิติพา พาแขไปทำเสน่ห์กับหมอเสน่ห์ แขไปหาปภาคินที่บ้าน แล้วใช้ยาเสน่ห์ ร่ายมนต์กับปภาคิน จนทั้งสองได้เสียกัน แขทำทีเป็นร้องไห้กับปพนและปฐมา บอกว่ารักปภาคินอย่างแท้จริง และใส่ร้ายเรื่องที่ฉัตรนัดแนะธนาไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ หาว่าฉัตรแต่งงานกับปภาคินเพื่อเอาเงินไปอยู่กินกับธนา ปภาคินยังงง ๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะไม่รู้ว่าตนเองโดนเสน่ห์ ปฐมาจดหมายถึงฉัตรว่าคิดถึงให้รีบกลับ นวลกับฉัตรจึงลาศักดินัย กลับไปที่ตึกเย็น ศักดินัยให้สร้อยคอพร้อมพระกับฉัตรเป็นที่ระลึก เมื่อถึงตึกเย็น นวลพาฉัตรไปหาคุณใหญ่ อานุภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มนต์เสน่ห์ของแขเสื่อมไปชั่วขณะ ใหญ่จำฉัตรได้ โผเข้ากอดฉัตร แต่แขยืนยันว่าเธอก็เป็นเมียอีกคนของใหญ่เหมือนกัน ฉัตรและแม่ตกใจมาก

    แขไม่ยอมแพ้ คิดจะให้ใหญ่ มาเป็นของตนให้ได้ กลับมาหาหมอเสน่ห์เพื่อทำพิธีอีกครั้ง แต่คราวนี้ ต้องใช้หญิงบริสุทธิ์ มาร่วมพิธีด้วย แขจึงขอร้องให้ฐิติพาช่วยอีกครั้ง เหมือนกรรมบังตา ยุพาตกลงช่วย เพราะความอิจฉาริษยาในตัวนวล โดยไม่รู้ว่า เป็นการนำมาซึ่งความเสื่อมเสียของฐิติพา ฐิติพาเข้าร่วมพิธี และเสียความบริสุทธิ์ให้แก่หมอเสน่ห์ เธอทั้งเจ็บ ทั้งอายจนบอกไม่ถูก แขดีใจพิธีสำเร็จ ได้ตุ๊กตาทำเสน่ห์กลับไป และไปทำพิธีต่อด้วยตนเองที่ทางสามแพร่ง พอดีธนาขี่จักรยานมาพบเข้า แขจึงรีบหนีไป ธนาคิดว่าตนเองตาฝาด ที่เห็นแข จึงรีบปั่นจักรยานกลับบ้านไป

    ปัจจุบัน

    ธีรัชกับขวัญยังคงสืบเรื่องราวในอดีตต่อไป ยิ่งตอนนี้นลิน คนเขียนบท ต้องการความจริงเพื่อจะได้เขียนบทให้จบ ทั้งสองจึงต้องเร่งมือมากขึ้น พอดียายชุ่ม คนรับใช้เก่าแก่บ้านวิยาดา ที่มีความทรงจำอันลางเลือน นึกเรื่องราวในอดีตมาได้เป็นช่วง ๆ บอกกับธีรัชและขวัญ ว่าฉัตรถูกใหญ่ไล่ออกจากรมย์ฤดี แล้วหนีไปขายผักที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ หนีไปกับนวล พร้อมทั้งป่าน ลูกของฉัตรด้วย ขวัญกับธีรัช จึงตัดสินใจไปปากน้ำโพ เพื่อตามหาป่าน แล้วก็ได้พบกันในที่สุด ป่านบวชเป็น แม่ชี (ทาริกา ธิดาทิตย์) อยู่ในวัดที่ปากน้ำโพ

    แม่ชีบอกยินดีจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังทุกอย่าง และนัดทุกคนมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น เลยทำให้ธีรัช ลูกปลา และขวัญต้องค้างที่รร.ปากน้ำโพ ธีรัชโทรศัพท์ชวนฉายฉานมาฟังเรื่องราวด้วยกัน ฉายฉานสนใจ จึงไปชวนอรนภาที่บ้านด้วย อรได้โอกาสใกล้ชิดฉายฉาน จึงตั้งใจสานสัมพันธ์ส่วนตัวต่อ แต่ฉายฉานปฎิเสธ เพราะยังไม่ถึงเวลา และไม่อยากให้มีเรื่องส่วนตัวกระทบกับงาน ทำให้อรหัวเสียมาก 

    เรื่องราวในอดีตที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อมากขึ้น จากคำบอกเล่าของแม่ชี แขทำเสน่ห์ใส่ใหญ่ จนใหญ่หลงใหล แถมยังใส่ความว่าฉัตรเป็นคำทำเสน่ห์ จนฉัตรถูกไล่ออกจากบ้าน กลับไปที่บ้านสวนด้วยความช้ำใจ ธนาเองก็เสียใจที่แขทำให้ครอบครัวของฉัตรแตกแยก 

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 02:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์