ตอนที่ 9
พระยาสารประดิษฐ์และกานติมาพากนกแขในสภาพปํ้าเป๋อมางานศพปฐมา
เมื่อพระมา ปภาคินกราบพระแล้วอาราธนาศีล ทันใดนั้นกนกแขก็เหงื่อแตกหวาดกลัวพอพระเริ่มสวดก็ลุกพรวดวิ่งออกไปด้านนอกเหมือนกำลังจะอาเจียน กานติมารีบลุกตามไปดู ปภาคินกับวรดามองตามอย่างเป็นห่วง
กนกแขวิ่งออกไปอาเจียนเป็นเลือดท่าทางทุรนทุรายทุกข์ทรมานมาก กานติมาหันไปทางห้องพิธีเรียกหมอให้มาช่วย ปภาคินเห็นอาการไม่ดีจึงอุ้มพาส่งโรงพยาบาล
กนกแขในอ้อมแขนปภาคินลืมตาขึ้นกลอกตาที่แข็งกร้าวราวปีศาจ ปากเปื้อนเลือดอย่างน่าสยอง!
เวลาเดียวกันที่ห้องนั่งเล่นวังโสภณ ยุพานั่งอยู่กับฐิติพาและช่วง ยุพาสั่งช่วงว่าข้าวของที่ได้มายกให้มันทั้งหมดถือเป็นรางวัล มองหน้าช่วงพูดเชิงถามว่างานของเราคงสำเร็จด้วยดี ฐิติพากังวลถามแม่ว่าจะทำยังไงที่พวกนั้นพลั้งมือจนมีคนตาย ช่วงบอกว่า
“พวกนั้นมันว่านังแม่มันงกเจ้าค่ะ กำสายสร้อยจนตกบันไดตายเลย”
ยุพาพูดอย่างเลือดเย็นว่าตายแล้วก็แล้วไป แต่งานเรายังไม่เสร็จ บอกฐิติพาว่าเดี๋ยวหญิงต้องไปศรีราชาเพราะหญิงรู้จักคนตายต้องไปงานเขาและจัดการงานของเราให้สำเร็จ ฐิติพาถามว่าจะไปทำไมอีก?
“ไปทำให้มันกลับมาไม่ได้อย่างถาวรไงล่ะลูก ปภาคินต้องหย่าขาดจากมัน” ยุพาสั่งเลือดเย็น
คืนนี้...เมื่อพระสวดเสร็จ ปภาคินบอกหลวงพ่อว่าช่วงนี้ตนคงไม่สามารถเข้าไปท่องบทสวดเพื่อบวชได้ต้องเจียดเวลาดูแลพ่อ ท่านคงต้องใช้เวลาอีกสักพักจึงจะกลับมาใช้ชีวิตได้ซึ่งก็คงไม่ปกตินัก
“สนองคุณพ่อกับแม่ก่อนเถิดโยม เรื่องร้ายต่างๆมันเริ่มถอยออกไปแล้ว ฟังอะไรอย่าเชื่อง่ายๆนะ หาเหตุหาผลหาข้อเท็จจริงให้ได้เสียก่อน”
หลวงพ่อเตือนราวกับจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
กลับถึงบ้านวรดาถามว่ามีใครส่งข่าวครูฉัตรหรือยังตอนนี้ครูฉัตรก็ยังเป็นเมียพี่ใหญ่เป็นสะใภ้ของแม่อยู่ ปภาคินนึกละอายใจกับเหตุการณ์ที่ตนปฏิบัติต่อฉัตรชนกที่ผ่านมาแม้จะรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไม่เป็นตัวของตัวเองทั้งหมด บอกวรดาว่า
“ดานอนเสีย แล้วพรุ่งนี้เราไปส่งข่าวให้ฉัตรกัน”
“ครูฉัตรคงจะมาช่วยจัดงานให้แม่ได้ดีกว่านี้” วรดายิ้มทั้งน้ำตาอย่างมีความหวัง
ooooooo
เมื่อพระยาสารประดิษฐ์กับกานติมาพากนกแขที่เหมือนคนปํ้าเป๋อกลับบ้าน ตัวกนกแขมีกลิ่นสาบของมนตร์ดำจนพระยาสารประดิษฐ์ตกใจ กานติมาบอกว่าเดี๋ยวตนจะพาลูกไปอาบน้ำก่อน
“แล้วหมอว่ายังไงบ้าง”
“หมอไม่ว่าอะไรค่ะ ไปถึงโรงพยาบาลก็ไม่พบอะไรผิดปกติ หมอว่าแกอาจจะตกใจและเสียใจมากเกินไป เห็นสนิทสนมกับบ้านโน้นเป็นพิเศษมานาน”










