ตอนที่ 6
เมลุกขึ้นร้องเพลงพลางก้าวตาม แล้วจู่ๆวิญญาณโฉมยงค์ก็โผล่พรวดมาข้างหลังด็อกเตอร์และร้องเพลงท่วมธรณีต่อจากเมในเนื้อร้องท่อนที่ว่า “เวรกรรมนี้จะติดตามหา”
ด็อกเตอร์ยืนขาตายก้าวไม่ออกขยับตัวไม่ได้ เมกับโฉมยงค์ร้องเพลงไปด้วยกันว่า...“ทุกภพชาติต่อมาต้องชดใช้คืน” สิ้นเสียงร้อง โฉมยงค์กับเมยื่นหน้าเข้าไปหาด็อกเตอร์ เมบอกว่าสารภาพความจริงออกมา โฉมยงค์ก็ถามว่ามึงฆ่ากูทำไม ด็อกเตอร์กลัวตัวสั่นสารภาพว่า
“ฉันแค่วางแผนทำให้วงดนตรีแพ้ แต่ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ”
“โกหก! เพราะแผนชั่วของมึง กูถึงต้องตาย” โฉมยงค์ย่างสามขุมเข้าหา
เมพุ่งเข้าไปห้ามร่างปะทะกับโฉมยงค์ ร่างเม กระตุกแล้วฉีกยิ้มน่ากลัว โดดคร่อมร่างด็อกเตอร์บีบคอจนหายใจไม่ออก ยชญ์พุ่งเข้าดึงร่างเมที่ถูกวิญญาณโฉมยงค์ครอบงำ ร้องห้าม
“อย่าพี่โฉม การฆ่าคนมันเป็นบาป พี่อย่าทำให้เมต้องทำบาปไปด้วยเลยนะ”
“ปล่อยกู!” โฉมยงค์สะบัดอย่างแรงจนยชญ์กระเด็นไปชนผนัง แล้ววิญญาณโฉมยงค์ในร่างเมก็ยื่นหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดออกที่ตา จมูก ปากเข้าพูดใกล้ด็อกเตอร์
“ชีวิตแลกด้วยชีวิต มึงต้องมาเป็นตัวตายตัวแทนกู!!”
“อย่า...ช่วยด้วย” ด็อกเตอร์กลัวสุดขีดร้องสุดเสียง
ทันใดนั้นพุกเข้าจับไหล่เมกระชากออกมา วิญญาณโฉมยงค์ถูกดึงออกจากร่างเมแล้วหายวับไปทั้งคู่ ลมพัดหน้าต่างเปิดออก ห้องที่มืดสนิทก็สว่างไสว เมยืนซวนเซจะล้ม ยชญ์รีบเข้าประคองไว้ร้องเรียก
“เม...เม...ตื่นสิเม”
ด็อกเตอร์ชะงักกึก เห็นเต็มตาว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนคือยชญ์กับเมที่ปลอมเป็นผีมาหลอกตนตวาดถามว่าสองคนปลอมเป็นผีมาหลอกตนหรือ
ที่มุมห้องมีกล้องอัดวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้...
ooooooo
เมกับยชญ์ถูกด็อกเตอร์เรียกไปชำระความที่ห้องทำงานอธิการบดี บอกว่าทั้งสองทำร้ายร่างกายและข่มขู่คุกคามตนต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ยชญ์ท้าว่าแจ้งความเลย ตนก็จะได้แจ้งข้อหากลับว่าด็อกเตอร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพี่โฉม ด็อกเตอร์ว่าอย่ามาปรักปรำ ตนไม่เกี่ยวกับการตายของโฉมยงค์ เมบอกว่าด็อกเตอร์สารภาพออกมาเองแล้ว
ด็อกเตอร์ทำไขสือถามว่าพูดตอนไหน ยชญ์จึงเอาคลิปมาเปิดให้ดู แต่แล้วยชญ์ก็หน้าเสีย ถามเมว่าทำไมคลิปที่ถ่ายไว้เสียหมดเลย ด็อกเตอร์ได้ทีท้าว่าไหนล่ะหลักฐาน เอาออกมาสิ
เมบอกว่าพวกเราเป็นพยานได้ว่าด็อกเตอร์สารภาพแล้ว ด็อกเตอร์หัวเราะเยาะถามว่าใครจะเชื่อ ระหว่างอธิการบดีกับนักศึกษาที่ชอบสร้างเรื่องหลอกผีคนอื่น ใครจะมีภาษีกว่ากัน ปรามว่า
“ฉันขอเตือนนะ ถ้าพวกแกไม่หยุดขุดคุ้ยฉันได้เห็นดีแน่”
“ถึงกฎหมายเอาผิดด็อกเตอร์ไม่ได้แต่ด็อกเตอร์อย่าคิดนะว่าจะรอด เวรกรรมจะตามสนองด็อกเตอร์สักวัน ไปกันเหอะเม” ยชญ์ดึงแขนเมออกไป เมยังหันมองด็อกเตอร์แค้นๆ
“จะผีหรือคน ก็ไม่มีใครเอาผิดฉันได้หรอก” ด็อกเตอร์ยิ้มใส่ไม่ยี่หระ
ออกจากห้องอธิการบดีแล้วเมยังแค้น ถามยชญ์ว่าจะปล่อยเขาไว้แบบนี้หรือ ยชญ์บอกว่าเดี๋ยวจะปรึกษาสารวัตรวิเศษดู บางทีตำรวจอาจมีหลักฐานอื่นมามัดตัวเขาได้
“ฉันสงสารแต่พี่โฉม ต้องมากลายเป็นวิญญาณอาฆาตจมอยู่กับความแค้นไม่ได้ไปผุดไปเกิด”
“มีวิธีช่วยพี่โฉมอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า”
เมเร่งให้รีบไปทำเลย ยชญ์บอกให้เปลี่ยนชุดก่อน ใส่ชุดนี้ไปคนอื่นตกใจแน่ ทั้งสองมองกันในชุดที่แต่งหลอกผีด็อกเตอร์แล้วยิ้มขำ
ooooooo
ที่ห้องซ้อมดนตรี โฉมยงค์ดิ้นรนกรีดร้องให้พุกปล่อย ตนจะไปฆ่ามัน พุกบอกว่า
“ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมันจะทำให้เอ็งไม่ได้ผุดได้เกิด อย่าให้ไสยดำครอบงำ”
เทิดที่ตีระนาดอยู่ที่ห้องเรือนเล็กไม่พอใจพุก คำราม “ไอ้พุก มึงจะงัดข้อกับกูรึ” เทิดกระแทกไม้ตีระนาดอย่างแรงเกิดเป็นคลื่นพลังไสยดำกระเพื่อม โฉมยงค์กลับมามีพลังมหาศาลกระแทกพุกอย่างแรงจนพุกกระเด็นคว่ำ โฉมยงค์คำราม “ไอ้พิบูลมึงตาย!!!” แล้วจะออกจากห้อง
พุกเห็นซอสามสายพิงอยู่คว้าขึ้นมาสีเพลงชั่วนิจนิรันดร์ที่มีทำนองแขกมอญเช่นกัน โฉมยงค์ชะงักเมื่อได้ยินเสียงซอเศร้าสร้อยกับเสียงร้องของพุก ตรึงวิญญาณโฉมยงค์ไว้...
“รักพี่มีน้องอยู่เต็มดวงใจ แค่เพียงเราห่างไกลเหมือนใจสะบั้น ไม่เห็นหน้าร้อนรนแทบวายปราณ รักกันเหมือนจันทร์นั้นห่วงเจ้าดวงดารา”
ooooooo










