ตอนที่ 6
ที่ห้องพักโรงพยาบาล อิงอรเฝ้าปกรณ์อยู่ด้วยความเป็นห่วงที่เขายังไม่รู้สึกตัว หมอบอกว่า
ความดันเป็นปกติ นี่เป็นเคสที่แปลกมาก โรคประจำตัวก็ไม่มี ร่างกายทุกอย่างก็ปกติ แต่ทำไมไม่ยอมฟื้น
“ไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอคะที่จะทำให้พี่กรฟื้น”
“เรากำลังพยายามอยู่ครับ...คุณปกรณ์ก็คงเป็นเหมือนเจ้าชายนิทรา แต่อย่าเพิ่งกังวลมากเกินไป เพิ่งจะผ่านมาแค่ไม่กี่วัน เราต้องให้เวลากับร่างกายของผู้ป่วยด้วย”
พอหมอขอตัวไป อิงอรก็จับมือปกรณ์กุมไว้ ร้องไห้ บอกเขาด้วยความเป็นห่วงและรักมากว่า
“ถึงพี่จะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา อรก็จะไม่มีวันทิ้งพี่อย่างเด็ดขาด อรสัญญาค่ะ”
กายหยาบของปกรณ์ยังนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว แต่ดวงจิตเขากำลังเดินอยู่ท่ามกลางหมอกควันที่มืดมัวไปออกที่ทางเดินเข้าหมู่บ้านซึ่งเป็นที่เดิม ปกรณ์แปลกใจว่าทำไมเรากลับมาที่นี่อีก หรือว่าเราไม่สามารถกลับเข้าร่างได้อีกแล้ว?
คืนนี้...เทิดเดินมาที่เรือนเล็กช้าๆ หยุดมองเรือนเล็กด้วยความโกรธแค้นเมื่อคิดถึงอดีต...
คืนนั้นเทิดนั่งซ้อมระนาดท่าทางคล่องแคล่วด้วยฝีมือน่าทึ่ง พอเทิดเล่นจบดวงก็ปรบมือเดินเข้ามา มีบ่าวถือถาดใส่ชามขนมมาด้วย ดวงหันไปหยิบเดินมานั่งข้างๆเทิด บอกว่าอากาศร้อนตนเลยทำลูกตาลลอยแก้วมาให้
“ชื่นใจฉันจริงๆ เป็นบุญของฉันนักที่ได้แม่ดวงมาเป็นเมีย”
“ฉันต่างหากที่มีบุญ...ฉันเป็นแม่ม่ายแถมมีลูกติด แต่พี่เทิดก็ไม่รังเกียจ”
“ถึงจะเป็นแม่ม่าย แต่แม่ดวงทั้งสวยทั้งสาว น่าพึงใจมากกว่าผู้หญิงที่ยังไม่ออกเรือนอีกมาก” ดวงว่าอาจเป็นพี่เทิดคนเดียวที่คิดแบบนั้น “ก็ดีน่ะสิ พี่คิดคนเดียว ผู้ชายอื่นจะได้ไม่มาคิดแย่งแม่ดวงไปจากอกพี่”
“ต่อให้ใครมาคิดแย่ง ฉันก็ไม่มีวันสนใจ” เทิดถามว่าจริงนะ “จ้ะ ฉันสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้พี่เทิดเสียใจเป็นอันขาด”
เทิดปลื้มดึงดวงมากอดอย่างพอใจ ครู่หนึ่งดวงผละออกหยิบลูกตาลลอยแก้วส่งให้เทิด เทิดส่ายหน้ามองอ้อนให้ป้อน ดวงป้อนและหยอกเอินกับเทิดอย่างมีความสุข
คิดถึงอดีตแล้ว เทิดจ้องไปที่ชานเรือนเล็กคำรามอย่างโกรธแค้น
“นังวันทอง ขนาดมึงให้สัตย์สัญญากับกู มึงก็ยังกลับคำ ทรยศกูได้อย่างหน้าด้านๆ กูจะต้องตามหามึงกับไอ้กล้าให้เจอ กูจะไม่มีวันยอมให้พวกมึงหนีกูไปได้เหมือนคืนนั้นอย่างเด็ดขาด”
เทิดนึกถึงวันที่กล้ากับดวงหนีไป คืนนั้นเขากินเหล้าจนเมามาย ลูกน้องวิ่งหน้าตาตื่นมารายงานว่ากล้ากับดวงหนีไปแล้ว เทิดแค้นจัด บีบแก้วในมือจนแตกบาดมือเลือดออก ตะโกนคลั่งสั่งแสงที่อยู่แถวนั้น
“ไปเอาดาบมาให้กู...” พอได้ดาบก็วิ่งลงเรือนคำราม “พวกมึงไม่มีวันหนีกูพ้น ไอ้กล้า อีดวง!”
เวลาเดียวกันวันกับดวงช่วยกันประคองกล้าที่บอบช้ำสาหัสเพราะโดนซ้อม พุกเป็นคนระวังท้าย บอกทุกคนว่าเห็นแสงไฟไกลๆกำลังตรงมาทางนี้จะเป็นพี่เทิดตามมาหรือเปล่าก็ไม่รู้
ดวงบอกว่าถ้าจริงเราคงหนีไม่พ้นแน่ กล้าบาดเจ็บขนาดนี้เราคงไปเร็วกว่านี้ไม่ได้ กล้าบอกพุกว่าให้อาพาแม่ดวงหนีไปก่อนตนจะยอมรับโทษจากพ่อเอง
“ไม่...ที่พ่อกล้าต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะฉัน ฉันจะไม่หนีไปไหนถ้าพ่อกล้าไม่ไปด้วย”
ทุกคนหันมองข้างหลังเห็นแสงไฟใกล้เข้ามาทุกที พุกบอกทุกคนว่า “เราคงหนีไม่ทันแน่” วันกับดวงสีหน้าหวาดหวั่น กล้านิ่งสงบ พุกเครียด
เทิดกับลูกน้องเดินแถวหน้ากระดาน มือถือทั้งดาบและตะเกียง ลูกน้องรายงานว่ามีคนเดินอยู่ข้างหน้า ลูกน้องชูตะเกียงสูงจึงเห็นว่าพุกกำลังเดินมา เทิดเดินเข้าไปหา พุกถามว่าดึกดื่นป่านนี้จะพากันไปไหนหรือ เทิดถามกลับอย่างระแวงว่า พุกมาทำอะไรดึกๆแถวนี้
พุกบอกว่าไปเล่นดนตรีที่บ้านไอ้ลอย มันรับงานที่อัมพวาไว้ขอแรงให้ไปช่วยมันหน่อย แล้วถามอีกว่า “ว่าแต่พี่ตกลงจะไปไหนกัน” เทิดบอกว่าไอ้กล้ากับอีดวงมันหนีไปแล้ว พุกร้อง “ฮ้า...มันเจ็บปางตายแบบนั้นจะหนีไปได้ยังไง”
“ข้ายังคิดว่าเอ็งช่วยมันเสียอีก” พุกทำเป็นตกใจว่าตนจะกล้าทำอย่างนั้นได้ยังไง “ถ้าเอ็งไม่เกี่ยวก็แล้วไป ไปพวกเรา”
“เดี๋ยวพี่...” พุกรีบเรียกไว้ “ฉันเพิ่งเดินมาจากทางนี้ ไม่เห็นมีใครผ่านไปสักคน ฉันว่าพี่น่าจะมาผิดทางแล้วล่ะ”
“แต่ทางนี้เป็นทางเดียวที่จะออกพ้นหมู่บ้านเรา”










