สมาชิก

พรายสังคีต

ตอนที่ 6

เมไปงานสวดศพที่วัด เม มิ่งกับเพื่อนช่วยกันเสิร์ฟน้ำให้แขกที่มา เห็นแพรนั่งมองรูปโฉมยงค์อย่างหมดอาลัย มิ่งกระซิบกับเมอย่างกังวลว่าแพรอาการหนักมาก คงไม่ยอมซ้อมอีกแล้ว เมบอกว่าตนเข้าใจ

พอดียชญ์มาถึง ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เมบอกว่าแพรจะขอถอนตัวจากการประกวด

ยชญ์เดินไปนั่งข้างแพร ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา แพรขอบคุณแต่บอกว่าอย่าเสียเวลากับตนเลย เพราะตนตัดสินใจแล้ว ตนไม่อยากตายแบบพี่โฉม

“วันนี้พี่เพิ่งไปฟังผลการชันสูตรศพของพี่โฉม ก็เลยอยากจะมาบอกให้แพรได้รับรู้ว่าพี่โฉมตายเพราะอะไร”

แพรถามว่าตกลงพี่โฉมตายเพราะอะไร ยชญ์บอกว่าช่วงนี้พี่โฉมเครียดมากอาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ยชญ์ตอบไปอย่างนั้น เพราะจากการคุยกับสารวัตรวิเศษ ผลการชันสูตรพบว่าไม่มีความผิดปกติใดๆในร่างกายผู้ตาย แพทย์ไม่พบสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกจากทวารทั้งเก้าของผู้ตาย พวกแพทย์ระดมสมองช่วยหาคำตอบเต็มที่แล้ว ไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้เลย

ส่วนกลอนที่ประตูนั้น สารวัตรบอกว่านั่นยิ่งทำให้เป็นปริศนาอย่างหนัก เพราะไม่ใช่เลือดของคุณโฉม และที่สำคัญคือไม่พบหลักฐานว่ามีใครอยู่ในที่เกิดเหตุกับคุณโฉม ส่วนใครเป็นคนเขียนกลอนเลือดนั้น สารวัตรบอกว่านั่นคือปริศนาที่ตนก็ยังไขไม่ออก

แพรถามว่าพี่โฉมไม่ได้ช็อกตายเพราะความกลัวสุดขีดหรือ?

“กลัวอะไร?” ยชญ์ถาม แพรบอกว่าผี “เธอคิดว่าเพลงท่วมธรณีมีอาถรรพณ์จริงๆเหรอ” แพรรับว่าใช่ ยชญ์ถามว่า “ถ้าอย่างนั้นทำไมพี่ เธอ เม มิ่งและคนอื่นๆที่เคยซ้อมเพลงท่วมธรณีถึงไม่เป็นอะไรล่ะ”

แพรถามว่าแล้วเลือดที่เขียนกลอนที่ประตูล่ะ ยชญ์บอกว่าผลการตรวจดีเอ็นเอแล้วไม่ใช่เลือดของพี่โฉม แพรติงว่าแต่กลอนนั้นเป็นกลอนสาปแช่ง ยชญ์ถามอีกว่า

“จำได้ไหมที่พี่โฉมเคยบอกว่ามีคนไม่อยากให้พวกเราซ้อมเพลงท่วมธรณี คนนั้นอาจจะเฝ้าตามดูพวกเราอยู่ห่างๆตั้งแต่ที่รถพี่โฉมถูกสาดด้วยเลือด จดหมายขู่ที่เอามาสอดไว้ที่ประตูบ้าน มันเป็นฝีมือคนคนนั้น”

“พี่ยชญ์กำลังจะบอกว่ากลอนเลือดนั้นก็คือฝีมือของมันเหรอคะ”

ยชญ์พยักหน้า บอกว่าการตายของพี่โฉมไม่ได้เกี่ยวกับอาถรรพณ์ใดๆทั้งสิ้น แต่เพราะเครียดและกังวลเกี่ยวกับเรื่องการประกวดดนตรีครั้งนี้มากกว่า พูดอย่างตั้งใจให้แพรคิดว่า

“พี่คิดว่าพี่โฉมคงตายตาไม่หลับแน่ ถ้าการประกวดครั้งนี้ต้องล้มเลิกกลางคัน”

พูดแล้วยชญ์มองไปที่ภาพโฉมยงค์ด้วยสีหน้าสะเทือนใจ แพรมองตามสายตาของยชญ์เห็นแววตาของโฉมยงค์เหมือนขอร้องให้แพรตัดสินใจใหม่ แพรมองอึ้ง

ooooooo

ยชญ์กับเมออกมาคุยกันที่มุมหนึ่ง ฟังยชญ์เล่าผลการชันสูตรศพโฉมยงค์แล้วโพล่งอย่างไม่พอใจว่า

“ด็อกเตอร์พิบูลนั่นแหละเป็นฆาตกร”

ยชญ์เตือนว่าถ้าใครได้ยินเธอจะเดือดร้อน ถึงด็อกเตอร์พิบูลจะเลว แต่เขาก็ไม่ใช่ฆาตกร แล้วบอกว่าเรื่องคดีให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะ ตอนนี้เธอกับเพื่อนๆต้องมีสมาธิกับการซ้อม ถ้าวงเราแพ้ก็เข้าทางด็อกเตอร์พิบูลจริงไหม

“ก็ได้ ฉันจะเปลี่ยนความโกรธมาเป็นพลัง คว้าชัยชนะมาให้พี่โฉมเพื่อสาขาสังคีตศิลป์ของเรา”

พอดีด็อกเตอร์พิบูลมาถึง ยชญ์เตือนว่าเจอหน้าเขาก็เก็บอารมณ์ด้วยล่ะ อย่าให้เขาหาข้ออ้างเล่นงานวงเราได้ เมพยักหน้าหงึกอย่างไม่เต็มใจ

สารวัตรวิเศษกับด็อกเตอร์มาถึงพร้อมกัน จอดรถแล้วทักทายกัน ด็อกเตอร์ถามว่าสารวัตรมาร่วมงานหรือมาสอบปากคำใครเพิ่มหรือเปล่า สารวัตรบอกว่ามาร่วมงานและเอาของใช้ส่วนตัวของคุณโฉมยงค์มาคืนให้ญาติเธอด้วย

ด็อกเตอร์บอกว่าเท่าที่ทราบคุณโฉมไม่มีญาติที่ไหนเพราะทั้งอาจารย์มาโนชและเธอต่างก็เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน งานศพนี้ก็ทางมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพจัดให้ สารวัตรมองซองพลาสติกในมือถามว่าแล้วของใช้ส่วนตัวเหล่านี้จะคืนให้ใครได้

“ฝากไว้กับผมก็ได้ครับ เพราะโน้ตเพลงนั้นก็เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย ส่วนของอื่นๆผมจะรวบรวมเอาไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอเพื่อเป็นที่ระลึกถึงคุณโฉมยงค์ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลสาขาสังคีตศิลป์ไทยมาโดยตลอด”

พรายสังคีต

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด