สมาชิก

พรายสังคีต

ตอนที่ 6

วันถลาเข้าไปจับร่างกล้าที่นอนคว่ำหน้าอยู่อย่างคนเจ็บหนัก ร้องไห้ไปถามไปว่าพี่โดนทำร้ายขนาดนี้เลยหรือ กล้าถามว่าวันมาได้ยังไง พอวันบอกว่าอาพุกพามาก็เตือนว่า

“อาทำแบบนี้มันเสี่ยงมาก ทั้งอาและแม่วันอาจต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีก”

“นังวันมันร่ำร้องอยากจะมาพบเอ็งให้ได้ ข้าเองก็ทนเห็นเอ็งกับแม่ดวงตายไม่ได้ดอก”

พุกรีบแก้ห่อผ้าที่ตัวเองสะพายมา หยิบห่อข้าวเดินไปหาดวงที่ถูกล่ามโซ่อยู่อีกมุมหนึ่ง ดวงอิดโรยเพราะอดข้าวอดน้ำแต่ไม่โดนซ้อม พุกเร่งให้กินข้าว ดวงน้ำตาไหลบอกพุกว่าตนเป็นห่วงเจ้าแดงไม่รู้พี่เทิดทำอะไรมันหรือเปล่า

“ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้พี่เทิดไม่ได้สนใจใครทั้งนั้น เจ้าแดงอยู่ในความดูแลของฉัน อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยรีบกินข้าวก่อนเถอะจะได้มีแรง ถ้าห่วงเจ้าแดง แม่ดวงก็ต้องกินเพื่อจะได้มีชีวิตรอดไปพบลูกอีกครั้ง”

ดวงฝืนใจหยิบข้าวกิน ดวงจิตปกรณ์ที่มองดวงกับพุกอยู่ หันไปมองวันที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับกล้า

“อย่ามาร้องไห้ให้กับผู้ชายเลวๆอย่างฉันเลย กลับไปเสียเถอะแล้วก็อย่าได้ให้อาพุกพามาอีก เราสองคนคงหมดวาสนากันเพียงเท่านี้” วันถามว่าทำไมพี่กล้าพูดอย่างนี้ “แม่วันก็รู้เรื่องทุกอย่างแล้ว อาพุกพาแม่วันออกไปเสียเถอะ ถ้าพ่อมาเห็นเข้าเรื่องจะไปกันใหญ่”

“ไม่ ฉันไม่ไป ฉันไม่เชื่อว่าพี่จะทำอย่างที่พ่อครูพูด ฉันเห็นพี่มาตั้งแต่เด็ก พี่เป็นคนยังไงฉันรู้ดีที่สุด”

“ฉันบอกให้ออกไป” กล้าตะคอกดุดันทั้งที่เจ็บปวดไม่มีแรง

“ไอ้กล้า” พุกเรียกปราม

ปกรณ์จะเดินอ้อมมามองหน้ากล้าชัดๆ แล้วทุกคนก็สะดุ้งชะงักเมื่อได้ยินเสียงลูกน้องเทิดพูดกันแว่วมา พุกลุกพรวดเข้ามาดึงแขนวันบอกให้รีบไปก่อนพวกนั้นกลับมาแล้ว ถ้ามันเจอเราสองคนคงยุ่งแน่ วันขืนตัวยังไม่อยากไป แต่ถูกพุกรีบพาออกไป

พอพุกพาวันออกไปแล้ว ดวงติงกล้าว่า

“พี่กล้าไม่น่าพูดทำร้ายน้ำใจแม่วันแบบนั้นเลยเพราะทุกอย่างมัน...”

“พอเถอะแม่ดวง ขอให้ฉันอยู่เงียบๆเถอะนะ” กล้าหันมองประตูที่วันเพิ่งออกไป ทำให้ปกรณ์เห็นหน้ากล้าเต็มตาชัดๆ ปกรณ์ตกใจ อึ้ง เมื่อเห็นหน้ากล้าเหมือนตัวเองราวกับฝาแฝด!

ooooooo

ยชญ์อ่านภาพถ่ายคำกลอนที่เขียนบนประตูห้องซ้อมดนตรีที่สารวัตรเอาให้สีหน้าเคร่งเครียด

“คำแช่งชักและหักหาญ ดนตรีกาลจะคงอยู่ กูเขียนไว้ให้ล่วงรู้ ให้โลกดูแม้กูตาย”

อ่านแล้วยชญ์คิดถึงวันที่ตนกับโฉมยงค์ไปค้นเจอโน้ตเพลง “ท่วมธรณี” ที่อยู่ในหีบใหญ่แต่มีโน้ตเพลงเปื้อนเลือดเพียงแผ่นเดียว แล้วยชญ์ก็อ่านคำกลอนที่ประตูต่อ...

“ท่วงทำนองที่ร้องขาน สอดประสานด้วยเสียงพราย พยาบาทมิเหือดหาย ชีวีวายไม่ลืมเลือน”

อ่านกลอนแล้วนึกถึงเนื้อเพลงท่วมธรณีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่พวกเมกับแพรมาซ้อมร้องที่บ้านตน

“ให้น้ำตาท่วมธรณี ให้ชีพนี้ตายตกตามไป ให้แผ่นดินกลบฝัง ตามสนองทุกชาติเถิดหนา ให้น้ำตาท่วมธรณี เวรกรรมนี้จะติดตามมา ทุกภพชาติต่อมา ต้องชดใช้คืน”

อ่านบทกลอนและนึกถึงเนื้อเพลงท่วมธรณีแล้ว ยชญ์สับสนคิดถึงโฉมยงค์...

“หรือว่าพี่โฉมจะตายเพราะอาถรรพณ์เพลงท่วมธรณี!!”

เทิดอยู่ที่เรือนเล็กกำลังนั่งบูชาคาถาไสยดำหน้ารูปปั้นอัปลักษณ์อย่างจริงจัง รูปปั้นอัปลักษณ์แผ่ไอดำออกมา เหมือนมีพลังบางอย่างกระชากวิญญาณเทิดเข้าไปหา สั่งเสียงน่าสยอง

“เอาเครื่องสังเวยมาให้ข้า”

วิญญาณเทิดที่อยู่ในอีกาไสยดำ มองพวกนักศึกษาที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆกันอยู่ในมหาวิทยาลัย อีกาจิกมองเด็กๆอย่างหมายมาด... “เด็กพวกนี้เหมาะจะเป็นเครื่องสังเวยไสยดำกูยิ่งนัก”

เมกับเพื่อนกำลังเดินไปโรงอาหาร เมเห็นเงาอีกาไสยดำบินผ่านบอกแพรว่าอีกาตัวนั้นดูแปลกๆ แพรมองตามไปก็ไม่เห็นอะไร มิ่งพูดกลัวๆว่า

“กาเป็นตัวแทนของความตายนะแก เขาลือกันว่าคืนที่พี่โฉมตายเห็นอีกาเป็นฝูงบินเต็มไปหมด”

“อย่าบอกนะว่าจะมีคนตายอีก” แพรเสียงสั่นๆ

“เพ้อเจ้อน่าแก มันก็แค่ข่าวลือ อย่าไปฟังมาก เออ...ฉันลืมหนังสือน่ะ พวกแกสั่งข้าวเผื่อฉันด้วยนะ เดี๋ยวมา” เมบอกเพื่อนๆแล้วแยกเดินตามอีกาไสยดำไป

ooooooo

พรายสังคีต

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด