สมาชิก

พรายสังคีต

ตอนที่ 6

ต้อง หนึ่งในนักดนตรีเพิ่งรู้ว่าตนลืมกระเป๋ากล้องไว้ที่งาน โทร.ถามเมว่าเห็นไหม พลางออกเดินหาโน้ตเพลงท่วมธรณีที่ด็อกเตอร์ทิ้งที่พื้นมีไอดำแผ่ออกมาเป็นโน้ตเพลงท่วมธรณี เมได้ยินเสียงระนาดบรรเลงเพลงท่วมธรณีก็ทักว่านั่นเสียงระนาดนี่ ถามว่าต้องอยู่ไหน ต้องบอกว่าอยู่ที่วัด บอกเมว่าอย่ามาหลอกกันคนยิ่งกลัวผีอยู่ด้วย บ่นว่าต้องโดนแม่ว่าแน่ๆเลยเพราะกล้องตัวละหลายหมื่น

เมบอกว่าอย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้จะโทร.ถามที่วัดเขาอาจเก็บไว้ให้ก็ได้ พอต้องวางสายจากเมก็ได้ยินเสียงตีระนาดเพลงท่วมธรณี สงสัยว่าเสียงมาจากไหน? เหลือบเห็นโน้ตเพลงท่วมธรณีที่พื้นก็ก้มจะหยิบแต่ถูกโน้ตเพลงบาดมือจนเลือดอาบ ต้องปล่อยโน้ตเพลงกุมมือตัวเองใจคอไม่ดี

พริบตานั้นโน้ตเพลงลอยขึ้นค้างกลางอากาศ ต้องตาเหลือกร้องลั่น “ผีหลอก!!” วิ่งหนีสุดชีวิตแต่โน้ตเพลงก็ลอยตามไป...

ที่เรือนเล็ก พุกได้ยินเสียงหีบโบราณที่ใส่โน้ตเพลงท่วมธรณีสั่นกึกๆก็สงสัย เงยมองด้านบนเห็นโน้ตเพลงท่วมธรณีลอยกลับมา มีคราบเลือดสดๆติดอยู่ พุกพึมพำ...

“มันกลับมาแล้ว...” หีบโบราณที่สั่นกึกๆเปิดออก โน้ตเพลงลอยกลับเข้าในหีบโบราณตามเดิม พุกจ้องเขม็ง “โน้ตเพลงปีศาจ กูจะทำลายมึงซะ”

พุกเอื้อมมือจะหยิบโน้ตเพลง ฝาหีบโบราณก็ปิดปังหนีบมือพุกอย่างแรง พุกดึงมือไม่ออกเพราะเทิดกดฝาหีบไว้ ตะคอกพุกว่า “โน้ตเพลงเป็นสมบัติกู มึงไม่มีสิทธิ์แตะมัน”

“พี่เทิด...พี่ฆ่าคนอีกแล้วรึ”

“เออ...เป็นเพราะมึงกับไอ้ยชญ์เหลนมึงปล่อยอีโฉมไป กูถึงต้องลงมือเอง”

“อย่าฆ่าใครอีกเลย พี่จะต้องให้มือตัวเองเปื้อนเลือดอีกเท่าไรพี่ถึงจะพอ”

“กูจะหยุดก็ต่อเมื่อไอ้กล้าตาย ชาติที่แล้วมันรอด แต่ชาตินี้ไม่ว่ามันเกิดเป็นใคร มันจะต้องตายด้วยน้ำมือกู  ไสหัวไปให้พ้นจากของกู” เทิดตบหีบปัง เกิดคลื่นกระแทกพุกกระเด็นหายวับไป เทิดแสยะยิ้มคำราม

“จะไม่มีใครหน้าไหน ทำลายอาถรรพณ์เพลงกูได้ทั้งนั้น”

พุกกระเด็นไปที่ห้องชั้นล่าง แหงนขึ้นข้างบนพูดอย่างมุ่งมั่น

“ใดใดในโลกล้วนไม่จีรังยั่งยืน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ฉันจะเป็นคนหยุดพี่เอง”

พุกหยิบซอสามสายขึ้นมาบรรเลงเพลงชั่ว–นิจนิรันดร์เพื่อให้เทิดหายจากความโกรธ เครียด...

ยชญ์อยู่ในห้อง นั่งดูรูปเมกำลังไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้โฉมยงค์ที่ตัวเองใช้มือถือแอบถ่าย แว่วเสียงเพลงก็ลุกขึ้นเดินไปมองที่หน้าต่างฟังอย่างตั้งใจ พึมพำ “ทำนองแขกมอญเพลงท่วมธรณี...ต้องเป็นทวดพุกแน่”

ยชญ์วางมือถือที่กำลังดูรูปเมอย่างเร็วเพื่อจะไปขอบคุณพุกที่ช่วยเมและปลดปล่อยโฉมยงค์

ยชญ์เดินไปที่เรือนเล็ก ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว เสียงเอื้อนเพลงชั่วนิจนิรันดร์ดังขึ้น...

“รักพี่มีน้องอยู่เต็มดวงใจ แค่เพียงเราห่างไกลเหมือนใจสะบั้น ไม่เห็นหน้าร้อนรนแทบวายปราณ รักกันเหมือนจันทร์นั้นห่างเจ้าดวงดารา”

ยชญ์เดินมาถึงเรือนเล็กผลักประตูเข้าไปเห็นพุกกำลังสีซออยู่กลางเรือนดูขรึม ขลัง จนยชญ์ตกอยู่ในภวังค์ แต่ใบหน้าพุกเจ็บปวดเหมือนกำลังคิดถึงคนรัก อารมณ์แตกต่างกับเพลงท่วมธรณีอย่างสิ้นเชิง

“รักเจ้าตราบสิ้นดินฟ้าสลาย แม้ชีพวายรักไม่คลา แม้ยามร้างลารู้หรือไม่ฤทัยพี่ห่วงหาน้องยาพี่จะมีเจ้าคนเดียวในใจ”

“เพราะจัง” ยชญ์พึมพำ

“ให้รักเราอยู่ชั่วนิรันดร์ ให้ผูกพันตามติดเสมอ จะชาติไหนนะเออ ติดตามเจอให้ได้มั่นหมาย”

“ทำไมเนื้อต่างไป” ยชญ์สงสัย

“ให้รักกันตราบนานเท่านาน ให้ผูกพันไม่ห่างไปไหน ทุกภพชาติต่อไปชั่วนิจนิรันดร์”

พอฟังจบเพลง ยชญ์ปรบมือให้เกียรติถามว่า “นี่ไม่ใช่เพลงท่วมธรณีนี่ครับ เพลงอะไรครับ”

“เพลง...” พุกพูดได้แค่นั้นวิญญาณก็ถูกกระชากหายวับไป ยชญ์ตกใจบอกพุกว่าให้บอกตนก่อนแต่ทุกอย่างก็เงียบและหายไปต่อหน้าต่อตา ยชญ์ร้องเรียกทวดพุก แต่พุกก็ไม่ปรากฏให้เห็น

เทิดลากพุกไปที่ห้อง จ้องเขม็ง ปราม “อย่าคิดนะว่ากูไม่รู้ทันมึง” พุกให้บอกมาเลยว่าตนคิดอะไร “มึงกำลังบอกใบ้ให้มันเปลี่ยนเพลงมึงแทนเพลงกู!! กูเลี้ยงมึงมา มีรึว่ากูไม่รู้สันดานมึง ไอ้น้องชั่ว!!”

พุกหน้าเจื่อนที่ถูกรู้ทัน ถูกเทิดถีบล้มโครมทันที

ยชญ์เดินมาถึงหน้าห้องได้ยินเสียงโครมครามจากในห้องก็แปลกใจว่าห้องนี้อีกแล้ว ร้องถามว่าทวดพุกอยู่ในห้องหรือเปล่า แต่ในห้องเทิดกำลังเหยียบอกพุกไว้ ขู่เหี้ยม

“ไม่ว่ามึงหรือเหลนมึง ถ้ามาขวางทางกู กูไม่เอาไว้แน่”

เทิดกระทืบจนพุกเจ็บทนไม่ไหวเลยหายวับไป เทิดหันขวับ จ้องที่ประตูเขม็ง ตวาดถาม

“มึงจะลองดีกับกูใช่ไหม ไอ้ยชญ์!!!”

ooooooo

พรายสังคีต

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด