ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายสังคีต

SHARE
  • แนว
  • :
  • ดราม่า-สยองขวัญ-พีเรียด
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • เจนศิลป์
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ณ. ภัทรพร
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • เอกภพ ตันหยงมาศกุล
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท มุมใหม่ จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, พิมประภา ตั้งประภาพร,ศรราม เทพพิทักษ์

พรายสังคีต ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

คืนหนึ่งในปี พ.ศ.2435...

ขณะที่ครูเทิดกำลังบริกรรมคาถาอยู่หน้าโต๊ะหมู่เก้า ท้องฟ้าที่จันทร์ดวงโตส่องแสงนวลสวยก็มืดลงอย่างฉับพลัน ลมพัดแรงจนไม้ใหญ่โอนเอน ผ้าม่านปลิวเข้ามาในห้องที่กำลังทำพิธีกรรม แต่เสียงสวดคาถายังคงดังต่อเนื่อง

ตอนที่ 2

ขณะยชญ์กับเมกำลังช่วยกันหาโน้ตเพลงตามชั้นต่างๆนั้น พุกพุ่งเข้ามา เมเสียวสันหลังวาบหันขวับมอง ก็พบแต่ความว่างเปล่า

ช่วยกันหาอยู่นาน ยชญ์บอกว่าไม่มี น่าจะอยู่ด้านบนแล้วเดินขึ้นไป เมกลัวมากบอกยชญ์ว่า “เดี๋ยว...First lady สิ” แล้วเบียดขึ้นบันไดไปก่อน ยชญ์เห็นแล้วส่ายหน้าขำๆ

ตอนที่ 3

โฉมยงค์ยังคงนั่งร้องเพลงท่วมธรณีอยู่อย่างไม่สนใจคำเตือนจากจดหมาย...

“เสียแรงกูรักเลี้ยงเยี่ยงดวงมาลย์ เดรัจฉานชั่วชาติอนาถใจ กูขอสาปตราบสิ้นดินแลน้ำ ให้ฉิบหายตายตกตามแม้ชาติไหน ให้...”

ตอนที่ 4

กลางวันวันนี้เอง ขณะเทิดกำลังแต่งบทร้อยกรองประกอบทำนองเพลงอยู่อย่างมีสมาธิ สินมาเคาะประตู พอเทิดรู้ว่าเป็นสินก็บอกให้เข้ามาเลยไม่ได้ขัดกลอนไว้

สินหน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกพ่อครู เป็นเรื่องแม่ดวงกับไอ้กล้า แต่พ่อครูต้องสัญญาก่อนว่าพูดแล้วจะไม่ตะเพิดตนออกไป

เรื่องย่อละคร พรายสังคีต

ตำนานรักที่ซ่อนซุกทุกคำร้อง...โศกนาฏกรรมสุดสยองยังเร้นไว้

ใครสู่รู้เอาความตายมาแลกไป...พรายสังคีตจะล่าไล่ให้ชั่วกาล !

การเปลี่ยนแปลงโจทย์เพลงที่จะใช้ในการประกวดดนตรีไทยระดับอุดมศึกษา ภายใต้ชื่องาน ‘สังคีตศิลป์ถิ่นไทย’ อย่างกะทันหัน จากเพลงบุหลันมาเป็นเพลงแขกมอญ ส่งผลให้ผู้ดูแลวงดนตรีอย่าง โฉมยงค์ (ปนัดดา เรืองวุฒิ) เป็นทุกข์มาก เพราะรู้ดีว่านักดนตรีจากมหาวิทยาลัยคู่แข่งมีความชำนาญในการบรรเลงเพลงแขกมอญชนิดหาตัวจับยาก นั่นทำให้ลูกศิษย์ของหล่อนตกเป็นรองตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งด้วยซ้ำวันแข่งขันใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนทางเดียวในการแก้ไขปัญหาที่โฉมยงค์พอจะนึกออกก็คือหาเพลงแขกมอญฉบับที่แตกต่างออกไปจากของคู่แข่ง หล่อนมองไม่เห็นใครที่จะช่วยได้นอกจาก ยชญ์ (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) อดีตนักศึกษาของภาควิชาสังคีตศิลป์

ยชญ์เป็นเจ้าของร้านเสียงสังคีต ซึ่งเป็นร้านขายเครื่องดนตรีไทยที่เก่าแก่มากที่สุดร้านหนึ่ง ที่สำคัญชายหนุ่มเป็นทายาทของตระกูล ‘วิจิตรวาทิน’ ตระกูลนักดนตรีเก่าแก่ที่สืบทอดเชื้อสายกันมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บรรพบุรุษผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของตระกูลนี้คือ ครูพุก (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ซึ่งเป็นเอตทัคคะด้านการบรรเลงซอสามสายในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยครูพุกได้ประพันธ์เพลงแขกมอญทางเดี่ยวซอสามสายเอาไว้ ชื่อเพลง ‘ท่วมธรณี’ ยชญ์มีผู้ช่วยสาวที่ชื่อ อิงอร (ณัฐชา นวลแจ่ม) ซึ่งยชญ์ชื่นชมในการทำงานและนิสัยใจคอมากโดยไม่รู้ว่าที่อิงอรมาทำงานกับยชญ์ก็เพื่อจะหาโอกาสขโมยโน้ตเพลงพรายคลั่งตามคำสั่งของ ปกรณ์ (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) แฟนหนุ่มผู้มีใบหน้ามีแผลเป็นที่น่ากลัวด้านหนึ่งและเป็นเหลนของ นายกล้า (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ลูกชายบุญธรรมของ ครูเทิด (ศรราม เทพพิทักษ์)  ปกรณ์เป็นหนึ่งในเหยื่อที่ตกอยู่ในบ่วงเวรกรรมจากคำสาปแช่งของครูเทิด ปกรณ์ผู้ซึ่งฝึกฝนสมาธิจนสามารถใช้ทิพจักขุญาณในการล่วงรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่ไม่ทันการณ์เพราะยชญ์ได้มอบสำเนาโน้ตเพลงทางเดี่ยวซอสามสายพร้อมทั้งบทร้องให้แก่โฉมยงค์เพื่อนำไปให้นักศึกษาฝึกซ้อมสำหรับการประกวดที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยนักดนตรีที่จะทำการบรรเลงซอสามสายคือ เมญากร (พิมประภา ตั้งประภาพร) ส่วนผู้ทำการขับร้องคือ พวงแพร (ปริตา ไชยรักษ์)

ครั้งแรกที่เมญากรเห็นโน้ตและตั้งท่าจะสีซอ สายซอทั้งสามก็ขาดผึงพร้อมกัน! ทั้งศิษย์ทั้งครูจึงต่างจุดธูปเพื่อขอขมาเจ้าของบทประพันธ์ผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่ก็ยังคงเกิดเหตุการณ์แปลกๆชวนให้เด็กๆคิดไปว่าเพลงท่วมธรณีน่าจะมีอาถรรพ์อะไรสักอย่างโดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วคือการกระทำของ ดร.พิบูล (อุเทน พรหมมินทร์) เพื่อต้องการให้ทีมแพ้เพราะหวังตำแหน่งและหุ้นส่วนใหญ่กับมหาวิทยาลัยคู่แข่ง แต่ในที่สุดโฉมยงค์ก็จับได้ว่าเป็นการกระทำของดร. ทำให้เด็กเลิกหวาดกลัวและกลับมาซ้อมเพลงกันอย่างจริงจัง ด้านปกรณ์นั่งสมาธิเห็นการตายของโฉมยงค์หลังการร้องเพลง ทำให้ปกรณ์รีบร้อนจะมาห้าม แต่เกิดวูบหมดสติต้องเข้าโรงพยาบาล  พวงแพรไม่สบายทำให้โฉมยงค์ต้องร้องเพลงท่วมธรณีแทนไปก่อน และระหว่างที่ซ้อมอยู่คนเดียวในห้องซ้อมซึ่งตรงกับคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง  โฉมยงค์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดกับตัวเอง เลือดจำนวนมากไหลออกมาจากทวารทั้งเก้าของหล่อน แม้พยายามจะหยุดร้อง แต่กลับควบคุมตัวเองไม่ได้...หล่อนขาดใจตายในห้องดนตรีทันทีที่ร้องเพลงท่วมธรณีจบเพราะอาถรรพ์จากคำสาปของเทิดซึ่งเป็นพี่ชายของครูพุกและเป็นเจ้าของบทประพันธ์อันแท้จริง และเป็นการปลุกวิญญาณของเทิดที่ถูกจองจำให้ออกมาได้ ตำรวจไม่สามารถหาการตายของโฉมยงค์ได้ และสุดท้ายก็ลงความเห็นว่าโฉมยงค์ตายเพราะภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในขณะที่วิญญาณของเทิดได้พยายามตามหากล้าและ ดวง (ญาดา เทพนม)เพื่อจะแก้แค้นอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่ากล้าได้กลับมาเป็นปกรณ์นั้นเอง ยชญ์ยังคงต้องทำหน้าที่ในการซ้อมเพลงท่วมธรณีต่อไป ทั้งๆที่เขารู้สึกแปลกๆ พวงแพรเองก็ไม่อยากร้อง แต่ในที่สุดเมื่อวันประกวดมาถึงพวงแพรก็ต้องร้องเพลงท่วมธรณี แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อพวงแพรเองก็เสียชีวิตด้วยลักษณะอาการคล้ายกับโฉมยงค์บนเวทีการประกวดนั้นเอง ยชญ์และเมญากรเริ่มแน่ใจว่า เพลงท่วมธรณีต้องมีอาถรรพ์จริงๆ ทั้งสองคนจึงเริ่มลงมือสืบ และในที่สุดก็ได้เจอกับปกรณ์โดยมีอิงอรเป็นสื่อให้ได้พบกัน จนทำให้ได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังของโน้ตเพลงท่วมธรณีว่าจริงๆแล้ว ผู้ประพันธ์เพลงนี้ก็คือครูเทิด ซึ่งเป็นพี่ชายของครูพุก ด้วยความแค้นในอดีตที่เกิดขึ้นกับกล้า ลูกชายบุญธรรมและดวงเมียรัก และที่ปกรณ์สามารถรู้เรื่องราวทุกอย่างได้ก็เพราะจากการเข้าฌานนั่งสมาธิที่มีหลวงพ่อเป็นคนสอนให้

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ชิงชิง” ขวาง “เบน” เสียหลักล้มทับ ใจเต้นแรง...บีบคอแก้เขิน
21 ก.พ. 2563

08:30 น.