ตอนที่ 6
ยชญ์เอื้อมมือจะเปิดประตูก็ถูกอ่ำมาดึงมือไว้ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ยชญ์บอกว่าตนมาหาเนื้อเพลง อ่ำบอกว่าที่นี่ไม่มีโน้ตเพลง ตนขนไปไว้เรือนใหญ่หมดแล้ว
ยชญ์จะพูดอะไรต่อ อ่ำตัดบทว่าไปเถอะดึกแล้ว พรุ่งนี้คุณยชญ์มีงานแต่เช้านะ ยชญ์จำต้องพยักหน้า กลับไป อ่ำเดินตามแต่พอหันมองที่ประตูก็ตกใจเห็นเทิดยืนจ้องเขม็งอยู่ อ่ำรีบหลบตาทำเป็นมองไม่เห็นแล้วจ้ำอ้าวตามยชญ์ลงบันไดไป
พอกลับถึงบ้านวิจิตรวาทิน อ่ำเข้าห้องพระขอให้ช่วยคุ้มครองยชญ์ด้วย จำเนียรเห็นอ่ำเข้าห้องพระก็ถามว่าไปเจออะไรมาเหรอ เกี่ยวกับคุณยชญ์ใช่ไหม อ่ำตอบสีหน้าไม่ดีว่า
“ฉันเป็นห่วงคุณยชญ์น่ะ พักนี้เห็นไปเรือนเล็กบ่อยๆ กลัวจะเกิดเรื่อง แม่เนียรช่วยเป็นหูเป็นตาด้วย อย่าให้ไปตามลำพัง”
“ตั้งแต่คุณโฉมตาย ฉันก็ใจคอไม่ดีเหมือนกัน สาธุ...อย่าได้มีใครตายอีกเลย” จำเนียรก้มกราบพระขอให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย
เช้าวันต่อมา ยชญ์ถามอ่ำขณะเดินมาขึ้นรถว่าคุณอรบอกหรือเปล่าว่าญาติเธออยู่โรงพยาบาลอะไร อ่ำบอกว่าลืมถาม ยชญ์จึงฝากอ่ำช่วยถามด้วย เพราะอรเป็นคนดีมีน้ำใจ มีอะไรช่วยเหลือได้ก็อยากช่วย
พอดีมีรถเข้ามา อ่ำสงสัยว่าใครมาแต่เช้า เห็นสารวัตรวิเศษลงจากรถ ยชญ์แปลกใจที่สารวัตรมาหาถึงบ้าน
สารวัตรมาพบยชญ์เพื่อจะยืนยันตามเดิมว่าโฉมยงค์ตายเพราะความเครียด แต่เรื่องด็อกเตอร์พิบูลเป็นอย่างที่เขาสงสัย แล้วสารวัตรก็หยิบแท็บเล็ตที่อัปโหลดคลิปจากโทรศัพท์ของโฉมยงค์มาเปิดให้ฟัง
ฟังคลิปแล้ว ยชญ์ถามว่ากลอนเลือดบนประตูก็เป็นฝีมือเขาด้วยหรือเปล่า
“ใช่ครับ เขาฉวยโอกาสใช้การตายของคุณโฉมยงค์หลอกให้พวกนักศึกษากลัว ผมให้ลูกน้องสืบอย่างลับๆจนรู้ว่าด็อกเตอร์พิบูลถูกมหาวิทยาลัยคู่แข่งซื้อตัว ถ้าวงดนตรีคุณแพ้เขาก็จะได้หุ้นส่วนและตำแหน่งใหญ่โตที่นั่น”
“เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองถึงกับยอมขายอนาคตนักศึกษา การศึกษาถึงได้ตกต่ำเพราะคนแบบนี้ เรามีหลักฐานพอจะเอาความผิดเขาได้ไหมครับ ผมไม่อยากให้พวกรุ่นน้องๆถูกกลั่นแกล้งอีก” ยชญ์โกรธมาก
“ไม่ต้องห่วงครับ เขาทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว”
ยชญ์อึ้งเมื่อรู้ข่าวการตายของด็อกเตอร์พิบูลกับเข้ม พูดกับสารวัตรว่าสมัยนี้เวรกรรมไวไม่ต้องรอถึงชาติหน้าแล้ว และพี่โฉมก็ได้ตายตาหลับเสียที
พอสารวัตรลากลับ ยชญ์ถามว่าเห็นโน้ตต้นฉบับเพลงท่วมธรณีติดไปกับของใช้ส่วนตัวของพี่โฉมไหม สารวัตรบอกว่าเมื่อคืนตนเอาให้ด็อกเตอร์พิบูลไปแล้ว ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ยชญ์บอกว่าโน้ตเพลงต้นฉบับนั้นเป็นเพลงที่ทวดตนประพันธ์ เมื่อด็อกเตอร์ตายแล้วตนขอคืนได้ไหม
“ผมคงให้ไม่ได้ ในรถที่เกิดอุบัติเหตุไม่มีโน้ตเพลงอยู่เลย”
“อ้าว...งั้นมันหายไปไหน” ยชญ์เครียดขึ้นมาทันที
ที่เรือนเล็ก หีบโบราณที่ใส่โน้ตเพลงที่วางอยู่ที่ชั้น 2 มีไอดำแผ่ออกมาดูน่ากลัว พุกยืนมองที่บันได พึมพำหน้าเครียด “ใครจะเป็นรายต่อไป?”
ที่มหาวิทยาลัย เม มิ่ง กับแพรตกใจมากเมื่อได้ข่าวการตายของด็อกเตอร์พิบูล เพื่อนอีกคนเล่าตื่นเต้นว่า
“เห็นเขาพูดกันว่าท่านขับรถออกจากวัดแล้วก็เกิดอุบัติเหตุคอหักตายคาที่เลยนะ อ้อ ภารโรงที่ชื่อเข้มก็ไปกับท่านด้วย ตายทั้งคู่ เขาว่าศพน่ากลัวมากเลย”
ข่าวการตายของด็อกเตอร์พิบูลทำให้แพรหวั่นไหวขึ้นมาอีก ถามว่าแล้วต่อไปใครจะตายอีก เมดักคอว่า อย่าบอกนะว่าแพรกำลังคิดเหมือนเดิมว่าเป็นการกระทำของผี
พอดียชญ์เข้ามาทัก ถามว่ารู้เรื่องอธิการบดีเสียแล้วใช่ไหม มิ่งบอกว่ารู้แล้วและแพรก็เลยสติแตกขึ้นมาอีก ยชญ์จึงบอกให้ไปหาที่เงียบๆคุยกัน ตนมีเรื่องจะคุยด้วย
หลังจากคุยกันแล้ว ยชญ์พาทั้งสามไปที่ห้องซ้อมดนตรี พูดกับทั้งสามว่า
“ในที่สุดเขาก็ได้รับผลกรรมที่เขาทำไว้แล้วล่ะครับ พี่อยากให้พวกเราอโหสิกรรมให้เขา” มิ่งติงว่าพอรู้ความจริงทั้งหมดมันก็ทำใจยาก “ที่พี่เล่าให้ พวกเราฟังก็เพราะจะได้เลิกกลัวจนไม่เป็นอันซ้อมกันอีก สบายใจขึ้นไหมแพร”
“ค่ะ ต่อไปนี้แพรจะตั้งใจซ้อม ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว”
“ดี ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราจะเริ่มซ้อมกันอย่างจริงจังเลยนะ ทั้งช่วงบ่ายและช่วงเย็น เพราะใกล้วันแข่งเต็มทีแล้ว พวกเราต้องเอาชัยชนะมาให้พี่โฉมชื่นใจให้ได้”
ยชญ์ยื่นมือออกมาคว่ำตรงหน้าทุกคน แพรเอามือทับบนหลังมือยชญ์เป็นคนแรก มิ่งทำตาม เมวางเป็นคนสุดท้าย ยชญ์เอามืออีกข้างทับบนหลังมือเมอีกที ทำเอาเมหน้าแดงแต่ไม่มีใครสังเกต เพราะทุกคนฮึกเหิมที่จะสู้ แพรกับมิ่งตะโกนขึ้น “สู้ สู้” เมกับยชญ์ร่วมตะโกน “สู้ สู้”
ทั้งสี่มือทับกันเป็นสัญญาและตะโกน “สู้ สู้” อย่างพร้อมที่จะเข้าสู่การแข่งขันเต็มที่
ooooooo










