สมาชิก

พรายสังคีต

ตอนที่ 6

ยชญ์บอกว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องแค่นั้น ถามว่าจำเรื่องโน้ตเพลงหายได้ไหม เล่าว่าตนจับได้ว่าด็อกเตอร์ขโมยโน้ตเพลงท่วมธรณีไปแต่ด็อกเตอร์ไม่ยอมรับ พอยชญ์ขู่จะเอาเรื่องก็แอบโยนโน้ตเพลงทิ้งลงระเบียงไป

เมเลยนึกได้ว่ามิน่าอธิการถึงไม่ยอมให้เราใช้ห้องนอกเวลาเรียน เรื่องผีหลอก เรื่องอาถรรพณ์เพลง ต้องเป็นฝีมือเขาแน่ๆ บ่นยชญ์ว่ารู้แล้วเก็บเรื่องเงียบไว้คนเดียวต้องรอให้มีคนตายก่อนใช่ไหมถึงเพิ่งมาบอก ตนจะบอกทุกคนเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

“เม!! เพราะเธอหัวร้อนแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากบอก อย่าใช้แต่อารมณ์ ตอนนี้ด็อกเตอร์พิบูลยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ฆาตกร เราจะไปปรักปรำโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้”

“แล้วนายจะปล่อยให้เขาลอยนวลเหรอ” เมฉุน

“ถ้าเรามีเรื่องกับด็อกเตอร์พิบูลก็เท่ากับมีปัญหากับมหาลัย ฉันไม่อยากให้เขาใช้เรื่องนี้มาบีบให้วงดนตรีต้องถอนตัว ไม่งั้นสิ่งที่พี่โฉมทุ่มเทด้วยชีวิตก็จะสูญเปล่า” เมถามว่าแล้วเราจะทวงความยุติธรรมให้พี่โฉมยังไง ยชญ์พูดอย่างหมายมาดว่า “ในเมื่อเขาสร้างอาถรรพณ์เพลงขึ้นมาหลอก เราก็ใช้ดาบนี้คืนสนอง”

ooooooo

วิญญาณโฉมยงค์เจ็บปวดทรมานเพราะฤทธิ์น้ำมนต์ อ้อนวอนเทิดให้ปล่อยตนไปเถิด ตนไม่อยากทำร้ายใครอีกแล้ว

เทิดกดดันให้เธออาฆาตแค้น ถามว่าคิดว่าตัวเองตายเพราะอาถรรพณ์เพลงของตนหรือ คิดผิดแล้ว นึกให้ออกสิว่าตัวเองตายเพราะใครกันแน่

โฉมยงค์คิดถึงเรื่องที่ด็อกเตอร์พิบูลอ้างมติของกรรมการให้เปลี่ยนโจทย์เพลงที่จะใช้ประกวด โฉมยงค์เห็นว่าไม่ถูกต้อง ทางเราน่าจะทำหนังสือคัดค้าน ด็อกเตอร์อ้างว่าเขามีสิทธิ์ทำได้ ถ้าเราคิดว่าสู้ไม่ได้ก็ถอนตัวเสีย เมื่อโฉมยงค์จำได้ เทิดตอกย้ำว่า

“ถ้าไม่เปลี่ยนเพลงประกวด มึงก็คงไม่กระเสือกกระสนมาขอเพลงกู”

โฉมยงค์นึกถึงวันที่ไปหาโน้ตเพลงเก่าแก่ประจำตระกูลของยชญ์จนเจอโน้ตเพลงท่วมธรณีที่โฉมยงค์บอกยชญ์ว่าเพลงท่วมธรณีนี้เหมาะที่จะใช้ประกวดที่สุด

เมื่อโฉมยงค์จำได้ เทิดยุต่ออีกว่า “ต้นเหตุทั้งหมด ล้วนมาจากไอ้พิบูลมันอยากให้วงดนตรีมึงแพ้ มันถึงไปรวมหัวกับมหาลัยอื่นขอเปลี่ยนโจทย์เพลง มึงเลยต้องตาย!!”

วิญญาณโฉมยงค์ที่ถูกอำนาจไสยดำครอบงำ กรีดร้องด้วยความเจ็บแค้น

“ไอ้พิบูล!! กูจะฆ่ามึง!!!”

ooooooo

เมื่อโฉมยงค์ตายแล้ว ด็อกเตอร์พิบูลคุยโทรศัพท์กับอีกฝ่ายที่หน้าอาคารศิลปกรรมอย่างลำพองใจว่า

“ขาดอาจารย์โฉมยงค์ไปสักคน วงดนตรีมหาวิทยาลัยผมคงต้องถอนตัวแน่นอน ผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้านะครับ อ้อ...แล้วอย่าลืมสัญญาล่ะ”

พลันก็มีเสียงซอสามสายเล่นเพลงท่วมธรณีดังขึ้น ด็อกเตอร์สงสัยว่าใครมาสีซอแถวนี้ มองไปที่ชั้นห้องซ้อมดนตรีไทย พึมพำ “ต้องเป็นพวกเด็กสังคีตศิลป์ไทยแน่” แล้วรีบเดินขึ้นตึกจะไปไล่ไม่ให้ซ้อม

พอขึ้นถึงชั้นบนก็มีหญิงสาวในชุดผ้าไทยเดินตัดหน้า ด็อกเตอร์ตกใจเห็นเป็นโฉมยงค์แต่ปลอบใจตัวเองว่าเป็นไปไม่ได้ รีบเดินตามเพื่อดูให้ชัดก็ไม่เห็นอะไรเลย ปลอบใจตัวเองว่า “หรือว่าเราตาฝาด” พลันก็ได้ยินเสียงเอื้อนหัวเพลงท่วมธรณีขึ้นมาอีก พอเหลียวมองก็ไม่มีใคร ด็อกเตอร์ขนลุกซู่รีบเดินออกไปอย่างเร็ว

ด็อกเตอร์เข้าไปในห้องซ้อมดนตรีไทยเห็นหลังยชญ์แต่งชุดเหมือนพุกกำลังสีซอเพลงท่วมธรณีอยู่ วิญญาณโฉมยงค์ก็ลอยเข้าหาจนด็อกเตอร์ผงะ เห็นแมวดำกระโจนเข้าตะปบมือเป็นรอยข่วน ก็โกรธด่า “ไอ้แมวบ้า มึง!!” แล้วโทร.หาเข้ม

“นายเข้ม ทำไมยังมีหมาแมวจรจัดอยู่ในมหาลัยอีก บอกคนมาจับไปทิ้งอย่าให้เหลือ ถ้าจับไม่ได้ก็วางยาเบื่อเลย เข้าใจไหม”

ด็อกเตอร์กำมือถือแน่น ที่รอยแมวข่วนมีไอของไสยดำกำลังซึมเข้าไปทำให้หน้าด็อกเตอร์เริ่มคล้ำ เป็นเวลาที่โฉมยงค์ร้องเพลงท่วมธรณีถึงท่อน “ขอสาปตราบสิ้นดินฟ้าสลาย ให้เสียใจแม้ชาติไหนขอให้ทุกข์ทน” ตาของด็อกเตอร์ก็เริ่มพร่ามัว เกิดอาการหลอนอารมณ์ร้าย ตะเบ็ง...

“โอ๊ย...เล่นอยู่ได้น่ารำคาญ เมื่อไหร่สาขาสังคีตศิลป์ไทยมันจะยุบไปซะทีวะ”

ด็อกเตอร์ผงะ ยชญ์เห็นก็ยิ่งแกล้งเป็นผีหลอกต่อ ถามว่า “ด็อกเตอร์ฆ่าโฉมยงค์ทำไม” ด็อกเตอร์บอกว่าตนไม่ได้ฆ่า ยชญ์สะบัดมือด็อกเตอร์ออกแล้วสีซอต่อ เมก็ร้องเพลงท่วมธรณีต่ออย่างมีอารณ์ ด็อกเตอร์หันมองเห็นเมเป็นโฉมยงค์ก็ยิ่งตกใจขนลุกซู่ ค่อยๆก้าวถอยหลัง

พรายสังคีต

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด