ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายสังคีต

SHARE

ดวงจิตปกรณ์ต้องการรู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อวันในอดีตนั้นเป็นใครจึงยังตามหาต่อไปไม่กลับเข้าร่างทั้งที่รู้ว่าอิงอรเฝ้ารออยู่อย่างเป็นห่วง...

ดวงจิตปกรณ์ทะลุผ่านไปในป่าโปร่งที่ไม่คุ้นเคย เห็นหลังผู้หญิงเดินเข้าไปในดงไม้ ปกรณ์เรียกอย่างดีใจ ตามหญิงคนนั้นไปจนถึงริมธาร แต่พอหญิงคนนั้นหันมากลับกลายเป็นหน้าผีดุร้ายและหลอกหลอนจนปกรณ์ตกน้ำถูกผีพรายรุมกันเข้าทึ้งดึงดิ่งสู่ก้นลำธารที่มืดดำอย่างเร็ว

พอปกรณ์หายตกใจก็ทำสมาธิแผ่เมตตา ใต้ลำธารที่มืดดำกลับสว่างไสว วิญญาณสัมภเวสีได้รับส่วนบุญก็คลายออกจากปกรณ์หายไป ร่างปกรณ์ทะลึ่งพรวดขึ้นเหนือน้ำอย่างเร็วมองไปไม่เห็นวิญญาณสัมภเวสีเหลืออยู่ก็โล่งใจ

ดวงจิตปกรณ์ยังตามหาวันจนมาถึงหมู่บ้านที่เคยอยู่กันในอดีต จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า...วันเดินมายกมือไหว้เทิด เทิดเอาสมุดข่อยในมือซ่อนไว้ข้างหลัง ปกรณ์จำได้ว่าตรงนี้แหละที่ตนเจอวันกับครูเทิด จึงเดินไปตามทางที่มืดมิดอย่างมีความหวังว่าจะได้เจอวันอีกครั้ง...

ยชญ์ไปส่งเมที่อพาร์ตเมนต์ เมนั่งเงียบมาตลอดทาง เขาถามว่าเธอคิดอะไรอยู่ท่าทางเหมือนคิดอยู่ตลอดเวลา เมบอกว่าตนไม่อยากคิดแต่มันหยุดคิดไม่ได้ ถามว่า

“เราควรจะแข่งต่อไปไหม?”

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ”

“ฉันก็แค่ไม่แน่ใจ ทุกคนดูท่าทางไม่อยากเล่นเพลงท่วมธรณีอีกแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะซ้อมเพลงนี้ได้อีกหรือเปล่า มันสับสน มันยุ่งเหยิงไปหมด ฉันรู้สึกว่าพวกเราคงไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ด้วยสภาพแบบนี้หรอก...ฉันไม่รู้ว่าจะแข่งไปเพื่อใคร ทั้งครูมาโนชทั้งพี่โฉมไม่มีใครอยู่ดูความสำเร็จของฉันเลยซักคน”

ยชญ์เอื้อมจับมือเมมาดูทีละนิ้วที่ด้านจากการซ้อมซอ พูดนิ่งๆว่าเธอลืมนึกถึงใครไปหรือเปล่า

เมงง เขาบอกว่ายังมีใครอีกคนที่รอดูความสำเร็จของเธออยู่นั่นคือตัวเธอเอง คำพูดและท่าทีอ่อนโยนของยชญ์ทำให้เมได้คิด ทั้งสองมองตากันอย่างลืมตัว พอเมได้สติก็ดึงมือออกเบาๆ เอ่ยขอบใจเขา

เมื่อยชญ์ส่งเมถึงที่พักแล้วเมเอ่ยอย่างสนิทปากว่า “ขอบคุณนะพี่ยชญ์”

ขณะเมเดินจะถึงตัวตึกบรรยากาศเงียบสงัด เมรู้สึกว่ามีเสียงคนเดินตาม พอหันขวับดูก็ตกใจเมื่อเห็นยชญ์เดินตามมา ยชญ์บอกว่าเธอลืมโทรศัพท์ไว้ในรถเลยเอามาให้ เห็นเมตกใจมากเลยเดินไปส่งถึงหน้าห้อง เมบอกว่า

“ไม่ต้องหรอก ที่นี่ไม่เคยมีอะไร”

“ไม่เคยมีอะไร ก็ไม่ใช่ว่าจะมีไม่ได้...ไปเถอะ”

ยชญ์เดินนำไป เมรีบตาม และที่มุมหนึ่งเทิดยืนมองตามทั้งสองไปนิ่งๆแต่น่ากลัว

ooooooo

เมกลับเข้าห้องพบแพรกับมิ่งนั่งรออยู่อย่างใจจดจ่อ แพรถามทันทีว่าตำรวจเขาว่ายังไง รู้แล้วใช่ไหมพี่โฉมตายเพราะอะไร เมบอกว่าต้องรอผลละเอียดจากนิติเวชก่อน

เมเห็นแพรหน้าซีดๆ ถามว่าเป็นอะไร แพรส่ายหน้าไม่ยอมพูด มิ่งเลยพูดแทนว่า

“แกรู้เรื่องกลอนเลือดที่ประตูห้องซ้อมหรือเปล่า”

“มันต้องไม่ใช่ฝีมือคน” แพรพึมพำ “ฉันบอกพวกแกแล้วว่าเพลงท่วมธรณีต้องมีอาถรรพณ์อะไรสักอย่างแต่ไม่มีใครเชื่อฉันเลย พี่โฉมตายเพราะอาถรรพณ์ของเพลงแน่ๆ”

เมกับมิ่งมองหน้ากัน แพรบอกว่าตนขอถอนตัว บอกว่าเมกับมิ่งก็เหมือนกัน ถ้าเรายังขืนซ้อมเพลงท่วมธรณีต่อพวกเราก็ต้องตายเป็นรายต่อไปแน่ เมบอกให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งมโนไปเอง การตายของพี่โฉมอาจไม่เกี่ยวกับเพลงท่วมธรณีก็ได้

แพรฟังแล้วฉุนบอกเมว่าเลิกพูดอะไรที่ตรงข้ามกับความคิดของตัวเองเถอะ ตนรู้ว่าเมคิดเหมือนตน บอกเมให้พูดออกมาสิว่าคิดเหมือนตน พูดสิ...พูด!

มิ่งถามว่าแพรเป็นอะไรไปกดดันเมทำไม เมบอกว่าไม่เป็นไรตนเข้าใจ แล้วพูดกับแพรอย่างเข้าใจว่า

“ฉันรู้ว่าแกกำลังเสียใจเรื่องพี่โฉม เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องการประกวดกันตอนนี้เลย”

“ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม ฉันจะไม่ยอมร้องเพลงท่วมธรณีอีกแล้ว”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รู้จัก "วินนี่ ศิภัชรดา" มิสทีน 2017 นางเอกน้องใหม่ "ฟ้า หิน ดิน ทราย"

รู้จัก "วินนี่ ศิภัชรดา" มิสทีน 2017 นางเอกน้องใหม่ "ฟ้า หิน ดิน ทราย"
14 พ.ค. 2564

07:20 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:37 น.