ตอนที่ 8
ปพนบอกว่าถ้าจะให้พ้นมนตร์ดำพวกนั้นจริงๆ
ก็ต้องมาบวช ปฐมาเห็นด้วยบอกหลวงพ่อว่าตนสองคนจะพยายามหว่านล้อมให้พ่อใหญ่มาบวช หลวงพ่อบอกว่าให้มาศึกษาก่อน 7 วันแล้วค่อยบวช
“เจ้าค่ะ” ปฐมาชวนปพนให้กลับก่อน บอกว่าตนไม่เคยห่วงลูกเหมือนครั้งนี้เลย
“เมื่อเราได้ช่วยเท่าที่จะช่วยได้แล้ว จากนั้นก็ต้องปล่อยเป็นเรื่องของกรรม” หลวงพ่อบอก
กลับถึงรมย์ฤดี ปฐมาถามฉัตรชนกว่าพ่อใหญ่เป็นยังไงบ้าง ฉัตรชนกบอกว่าไข้เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลดเป็นมาตลอดทั้งคืน
“มนตร์ดำครั้งนี้มันแรงนัก น้ำมนตร์ที่บริสุทธิ์ด้วยความดีอาจจะช่วยบรรเทาได้ ฉัตร...หากจะพ้นบ่วงกรรม นี้ไป พ่ออาจจะต้องให้พ่อใหญ่บวชนะ อาจจะต้องบวชนานจนกรรมดีจูงให้เขาพ้นมนตร์ร้ายนี้ไปได้”
เมื่อปพนกับฉัตรชนกช่วยกันรดน้ำมนต์ให้ปภาคิน เขาสะดุ้งดิ้นรนตะเกียกตะกายหนี แต่พอได้รับน้ำมนต์เต็มที่ก็สงบลงล้มฟุบไปกับหมอน เมื่อเห็นฉัตรชนกดูแลตนอยู่ก็จับมืออ้อนวอน
“ฉัตร...ฉัตรอย่าทิ้งพี่ไปไหนอีกนะ”
“สาธุ สาธุ ความดีงามแห่งธรรมะ ล้างอธรรมชั่วช้าได้จริง” ปพนพนมมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างปลื้มปีติ
กนกแขอยู่ที่ห้องนอน รู้สึกสังหรณ์ใจเหมือนมีฤทธิ์แรงอะไรบางอย่างกลับเข้ามาหาตัว ทันใดดวงตาก็ดุดัน คำรามเสียงเหี้ยม
“นังฉัตร!!”
กนกแขเปลี่ยนเป็นคนดุดัน คว้ากระเป๋ายกเดินออกไปอย่างทนอยู่ไม่ได้แล้ว
กานติมากับพระยาสารประดิษฐ์เห็นกนกแขถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกมา กานติมาเข้าไปถามอย่างเป็นห่วงว่า “แขแน่ใจหรือว่าจะกลับไปบ้านนั้น”
“ค่ะ แขต้องไป พี่ใหญ่ต้องการแข แขสัญญากับพี่ใหญ่แล้วว่าแขจะไป แขก็ต้องไป”
กนกแขแววตากร้าว เสียงแข็ง จนพระยาสารประดิษฐ์กับกานติมาสบตากันเชิงปรึกษา...
ooooooo
พระยาสารประดิษฐ์ถามกนกแขว่า เมื่อไหร่ผู้ใหญ่ทางปภาคินจะมาพูดจาให้เป็นเรื่องเป็นราว เทียวไปเทียวมาอย่างนี้มันไม่งาม ใครเขาจะว่าเราได้
พอดีธนาขี่จักรยานผ่านมา จอดจักรยานเข้าไปไหว้กานติมากับพระยาสารประดิษฐ์ ทั้งสองรับไหว้อย่างเสียไม่ได้ กานติมาถามว่ามีธุระอะไรหรือ ธนาบอกว่าตนเห็นแขอยู่บ้านเลยเข้ามาทัก ไม่ได้เจอกันนานทีเดียว ถามว่าแขสบายดีหรือ มองกระเป๋าในมือถามว่าแขจะไปไหน
กนกแขสะบัดเสียงว่าอย่ามายุ่งกับตน พระยา
สารประดิษฐ์ก็ปรามธนาว่าอย่ามายุ่งกับแขดีกว่าเพราะ
แขออกจากโรงเรียนนานแล้ว ธนาบอกว่าตนห่วงที่แขเข้าไปเกี่ยวข้องกับปภาคินและครอบครัวเขา










