ตอนที่ 9
เอกรัฐหิ้วของฝากจากญี่ปุ่นมาตามทางเดินในโรงพยาบาล ได้ยินกอบแก้วกับพยาบาลกำลังเม้าท์ถึงเรื่องที่พิมพ์ชนกกับธนาคิมปิ๊งกันในป่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า กอบแก้วมั่นใจว่าอยู่ด้วยกันขนาดนั้นพิมพ์ชนกไม่ปล่อยให้เสียโอกาสแน่ พยาบาลทักท้วงทำไมพูดเหมือนฝ่ายหญิงเป็นคนอ่อยฝ่ายชาย
“แล้วผู้หญิงอย่างพิมพ์ชนกให้คิดเป็นอย่างอื่นได้ด้วยเหรอ” พูดจบกอบแก้วหัวเราะคิกๆ พยาบาลขาเม้าท์สองคนพลอยหัวเราะไปด้วย จังหวะนั้นมีเสียงพิมพ์ชนกเรียกเขาดังขึ้นจากด้านหลัง เอกรัฐหันไปเห็นเธอเดินยิ้มเข้ามาหา ครู่ต่อมาเอกรัฐกับพิมพ์ชนกมานั่งคุยกันที่ร้านกาแฟชั้นล่างของโรงพยาบาล เธอถามเขาว่ากลับจากญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เขากลับมาเมื่อเช้าก็มาหาเธอเป็นคนแรกเลยแล้วยื่นถุงของฝากให้
“โธ่ ไม่น่าต้องลำบากเลยนะคะ”
“ไม่ได้ลำบากเลยครับ สำหรับคุณพิมพ์ผมเต็มใจ” ไม่พูดเปล่าเอกรัฐมองสบตาพิมพ์ชนกอย่างลึกซึ้ง เธอหลบสายตาไม่ยอมสบตาด้วย เขาจึงต้องแก้เกี้ยวว่าของฝากนี้มอบให้แทนคำขอโทษที่เขาไม่ได้อยู่ช่วยงานพยาบาลอาสาของเธอ แล้วถามถึงข่าวลือเรื่องเธอกับธนาคิม เธอหน้าแดงขึ้นมาทันที
“เอ่อ ค่ะ พวกเราโชคดีค่ะที่รอดมาได้”
เอกรัฐขันอาสาถ้าธนาคิมก่อเรื่องวุ่นวายอะไรให้เธอไม่สบายใจให้บอกได้เลยตนจะจัดการมันให้เอง เธอปฏิเสธว่าไม่มี ธนาคิมไม่ได้ก่อเรื่องอะไรให้ ถ้าตอนโดนโจรจับตัวไปไม่ได้เขาช่วยเธอคงไม่รอดเหมือนกัน
ooooooo
หลังเลิกงานธนาคิมแวะไปที่ผับเจ้าประจำ สั่งเหล้ามาดื่มดับความกลุ้มใจที่ถูกแม่บังคับให้หมั้นกับเขมจิรา เอกรัฐเข้ามาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเพื่อนถามว่าไม่สบายใจเรื่องอะไรถึงได้มานั่งดื่มคนเดียว
“ไง ได้ข่าวว่ากลับมาตั้งแต่เช้าเพิ่งโผล่มาให้เพื่อนเห็นหน้าเอาตอนนี้วะ”
“ฉันก็ต้องมีธุระส่วนตัวบ้างสิ จะให้ไปรายงานตัวกับแกที่ออฟฟิศเลยไม่โหดไปเหรอวะ ฉันหุ้นส่วนนะเว้ยไม่ใช่ลูกน้อง เออนี่...ฉันได้ข่าวว่าแกกับคุณพิมพ์ถูกโจรจับเข้าไปในป่า แผนแกรึเปล่าวะ”
ธนาคิมร้องเอะอะมาถึงก็หาคดีให้เลยหรือ เอกรัฐเห็นเขาคิดแต่จะแก้แค้นพิมพ์ชนกก็เลยเป็นห่วงว่าเขาจะทำเรื่องบ้าๆขึ้นมาอีก เขาถามอย่างรู้ทันตกลงเอกรัฐเป็นห่วงเขาหรือเป็นห่วงพิมพ์ชนกกันแน่ เอกรัฐไม่ตอบกลับย้อนถามเขายังคิดจะแก้แค้นพิมพ์ชนกอยู่ไหม










