ตอนที่ 7
ทั้งสองไปที่ร้านกาแฟในตึกเก่าแห่งหนึ่ง ถามผู้จัดการร้านว่าตรงนี้เคยเป็นวังโสภณใช่ไหม ตนจะขอติดต่อทายาทท่านชายศักดินัยได้ไหม ผู้จัดการร้าน
บอกว่าตนไม่เคยได้ยิน ปัจจุบันตรงนี้เป็นของนักธุรกิจ ที่ไม่ได้เป็นญาติกับสกุลโสภณเลย
ขวัญอุมากับธีรัชพยายามหาข้อมูล จนเมื่อลากลับสรุปได้ว่า
ท่านชายไปฝึกบินที่ต่างประเทศเครื่องบินตกสิ้นพระชนม์ ต่อมาวังเลยถูกขายให้คนอื่น แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือ ฉัตรชนกใช่ลูกท่านชายไหมและจากนั้นเธอหายไปไหน ขวัญอุมาย้ำว่าเรื่องนี้ตนต้องหาคำตอบให้ได้
พอรถธีรัชกับขวัญอุมาออกไป รถของฉายฉานกับอรนภาก็เลี้ยวเข้ามาแต่ไม่เห็นกัน อรนภารู้จากผู้จัดการร้านว่าขวัญอุมาเพิ่งออกไป อรนภาคาดว่าขวัญต้องวิ่งตามหาเรื่องนิยายนั่นแน่ๆ อาการหนัก
“ผมว่าความจริงถ้าเราร่วมมือช่วยขวัญไปเลยก็ดีนะ จะได้รู้กันเลยว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง”
“จะเพี้ยนตามกันไปถึงไหน ไร้สาระ” อรนภาสะบัดเสียงใส่ ฉายฉานเลยจ๋อยไป
ไม่เพียงฉายฉานคิดเช่นนั้น คุณจี๊ดเองเมื่ออ่านบทอย่างจริงจังอีกครั้งก็เสนอคเชนทร์ว่าจริงอย่างที่ขวัญ
เขาว่า เพราะเหตุผลมันแปลกๆ คเชนทร์ติงว่าเราเปิดกล้องไปแล้ว คุณจี๊ดว่าแต่ยังไม่ได้ออกอากาศ ถามว่า “เชนทร์จำได้ไหม วันที่เธอรับปากจะกำกับเรื่องนี้ให้พี่ เธอว่ายังไง”
คเชนทร์จำได้ วันนั้นเขาบอกว่า
“ผมจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด...มันเป็นเรื่องน้ำเน่า แต่ผมจะทำเรื่องน้ำเน่านี้ให้ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง”
“พี่ยอมรับนะ รอยอดีตมันเป็นตม แต่พี่ไม่อยากให้มันเป็นตมแบบจมปลัก มันจะต้องเป็นตมที่มีเพชรซ่อนอยู่ข้างใน...พี่เชื่อว่ามืออย่างเชนทร์จะต้องค้นพบเพชร แล้วเจียระไนมันให้พี่”
คุณจี๊ดขอบคุณขวัญที่มีเซ้นส์ของนักแสดงบอกเรา ตลอดเวลาว่าเรื่องนี้มันยังไม่ถูกต้อง คเชนทร์ถามว่าแล้วเราต้องแก้บทตามขวัญหรือ
คุณจี๊ดเรียกอรนภา ไก่และขวัญอุมาให้มาคุยกัน ฟังแนวทางของทุกฝ่ายน่าจะได้ข้อสรุปที่ดี
เมื่อคุณจี๊ดตัดสินใจที่จะค้นหาความจริงจากรอยอดีตที่ขวัญอุมาทักท้วงตลอดมา ก็เหมือนพรหมลิขิตบันดาลให้ทุกอย่างทุกฝ่ายพบข้อเท็จจริงโดยบังเอิญและสืบหาจนได้หลักฐานทั้งวัตถุและตัวบุคคล...
ฉายฉานกับอรนภาจะไปเก็บของที่ศรีราชาแวะกินอาหาร ฉายฉานเห็นรูปเก่าๆที่ผนังห้อง อรนภามองตามเอะใจที่คนในรูปหน้าเหมือนฉายฉานและขวัญอุมา คิดว่าเขาแต่งรูป แต่ฉายฉานรู้สึกไม่ปกติ










