ตอนที่ 7
“ไม่จริง หยุดกล่าวหาโฉมเฉลาเดี๋ยวนี้” ขวัญอุมาตวาดแว้ด ธีรัชอ้างว่าหนังสือเขียนมาอย่างนี้ “ก็คนเขียนคิดเองไง คนเขียนชื่อปราน พระเอกก็ชื่อปราน คิดดูสิเขียนเข้าข้างตัวเองขนาดไหน”
ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงจนคเชนทร์เดินโผเผ
มาบอก
“หยุดได้แล้ว พี่ควรภูมิใจมากๆที่พระเอกนางเอกของพี่อินกับตัวละครมากอย่างนี้ ละครเรื่องนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากเลยถ้าเธอสองคนจับมือกันแล้วเล่นละครกันจริงๆเสียที...พี่ว่าจะยกคิวอาทิตย์นี้
หมดละ...ปวดหัว”
พอคเชนทร์เดินคอตกกลับไป ขวัญอุมากับธีรัชก็ได้สติ เธอบอกธีรัชว่า
“เราต้องร่วมมือกันจริงๆนะ ใช้เวลาอาทิตย์นี้ให้เป็นประโยชน์”
“ความจริง...เราต้องช่วยกันค้นหาความจริง” ธีรัชเริ่มคิดได้ ทั้งสองจับมือพยักหน้ากันเป็นสัญญา
ooooooo
ขวัญอุมากับธีรัชไปหาภารดีที่ลพบุรีอีก ธีรัชขอบคุณที่ภารดีให้บันทึกของคุณพ่อไป แต่เรื่องในหนังสือมีมากกว่าในบันทึก ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะมีบันทึกอีกเล่มหนึ่ง เพราะเห็นเขียนไปจนหน้าสุดท้ายของสมุดแล้ว
ภารดีบอกว่าคุณขวัญเคยโทร.มาถาม ตนก็พยายามค้นหาแต่ไม่พบ ยอมรับว่าตนไม่เคยเปิดบันทึกเล่มนั้นอ่านเลย ธีรัชถามว่าคุณใหญ่หรือคุณปภาคินเป็นอะไรกับคุณพ่อหรือ ภารดีจึงลำดับญาติให้ฟังว่า
“เท่าที่พ่อเล่าให้ฟัง ลุงใหญ่หรือปภาคินเป็นพี่ชายของคุณแม่ของคุณพ่อค่ะ คุณย่าของดิฉันชื่อวรดา คุณปู่ชื่อพงษ์ คุณพ่อเองชื่อภิรมย์...”
ขวัญอุมาถามว่าคุณพ่อเล่าเรื่องที่มีโจรมา
ปล้นบ้านหรือเปล่า ภารดีบอกว่าเล่าแต่ไม่ได้เล่าละเอียด
“คุณพ่อเล่าว่า ตั้งแต่โจรมาปล้นบ้าน คุณยายของคุณพ่อเสียเพราะสู้กับโจร หลังจากนั้นก็ไม่มีใครทำใจอยู่บ้านหลังนั้นได้ ทั้งครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองจันท์ จนคุณย่าวรดาได้พบกับคุณปู่พงษ์ที่นั่น แต่งงานกัน พอคุณพ่อโตสักหน่อยคุณปู่พงษ์ก็ย้ายไปอีก คุณปู่ใหญ่กับคุณย่าวรดาถึงพาพ่อกลับไปอยู่ตึกเย็นอีกครั้ง คุณปู่ใหญ่ตรอมใจตายไป พอคุณปู่คุณย่าเสียหมดแล้ว พ่อเลยไม่รู้จะอยู่กับใคร เงินดูแลรักษาตึกก็ไม่มี เลยขายบ้านที่ศรีราชา แล้วย้ายมาอยู่ลพบุรีนี่แหละค่ะ”
ขวัญอุมากับธีรัชสะดุดใจเมื่อได้ยินศรีราชากับตึกเย็น ภารดียังเล่าต่อไปว่า แล้วคุณพ่อก็มาเจอคุณแม่ที่นี่ แต่งงานกันแล้วก็ไม่ได้กลับไปศรีราชาอีกเลย










