ตอนที่ 7
บรรดาทีมงานหน้าเสียเพราะไม่เคยเห็นคเชนทร์ระเบิดอารมณ์ขนาดนี้ ต่างเก็บข้าวของกันงงๆเงียบๆ ธีรัชเองก็ได้แต่ถอนใจอย่างไม่เข้าใจตัวเอง อรนภาถามว่า เป็นอะไรไป เห็นเล่นดีมาตั้งหลายสิบคิวทำไมวันนี้ถึงเล่นฝืดอย่างนี้ ธีรัชบอกว่าตนเล่นเต็มที่เหมือนทุกครั้ง ถามว่าที่เลิกกองเพราะการแสดงของตนหรือ
อรนภามองธีรัชอย่างอ่อนใจที่เหมือนกับไม่เข้าใจตัวเองเลย หรือจะติดโรคยัยขวัญ?
ขวัญอุมาเพิ่งรู้ว่าคเชนทร์สั่งเลิกกองถามว่า
เกิดอะไรขึ้น อรนภาได้ทีแขวะว่าคงเป็นนักแสดงเล่นไม่ได้อย่างที่หวัง นักแสดงเรื่องมากแต่เช้ากระมัง ธีรัชบอกว่าตนผิดเอง ตนเล่นไม่ได้อย่างที่คุณคเชนทร์ต้องการ
แต่ขวัญอุมากับอรนภาที่จ้องแขวะกันอยู่แล้ว ต่างไม่ยอมกันจนมีปากเสียงลามปามถึงลูกปลากับแต้วแร้ว ที่ถือข้างฝ่ายตนออกมาทะเลาะกันวุ่นวาย
ธีรัชบอกขวัญอุมาว่าตนพยายามเต็มที่แล้ว แต่พอเริ่มพูดเริ่มแสดงมันเหมือนกับมีอีกเสียงหนึ่งแย้งว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ขวัญอุมาถามว่าเขาก็รู้สึกว่ามันมีอะไรที่ไม่ปกติใช่ไหม ธีรัชพยักหน้า
“แล้วเราจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้เรื่อยไปหรือ จะแสดงไปตามบทที่เขาเขียนมาเราก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำ แต่มันทำไม่ได้จริงๆ”
“แต่เราจะไปเปลี่ยนบทของเขาให้เป็นไปตามใจเรา ได้ยังไง”
“ฉันจะไม่ยอมแพ้ค่ะ จะต้องหาความจริงมายืนยันกับพี่คเชนทร์ให้ได้”
“ความจริงเมื่อกว่า 80 ปีก่อน” ธีรัชพึมพำถึง
อดีตอันยาวไกล แต่ขวัญอุมาก็มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้
ธีรัชไปขอโทษคเชนทร์ที่ตนทำให้เสียเวลา คเชนทร์บอกว่าไม่เป็นไร ปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแต่ตนไม่ทันตั้งตัวเท่านั้น ขวัญอุมาบอกว่าไม่ใช่ตนคนเดียวที่เล่นไม่ได้ ธีรัชก็เล่นไม่ได้เหมือนกัน
ธีรัชบอกว่าฉากนี้ตนรู้สึกว่าปรานกลายเป็นคนโลเลไป เลยคิดค้านตลอดเวลา ขวัญอุมามองขวับถามว่าเขาคิดว่าปรานไม่ได้โลเลหรือ เลยกลายเป็นประเด็นขัดแย้งกันจนธีรัชบอกให้คเชนทร์พักผ่อนเสียแล้วลากขวัญอุมาไปคุยกัน
ขวัญอุมาโต้เถียงกับธีรัช เธอว่าปรานเป็นคนโลเลหลายใจทอดทิ้งเมียตัวเอง ธีรัชโต้ว่าผู้หญิงคนนั้น
ก็ใจง่าย โลเลกลับไปรักกับแฟนเก่าแล้วยังทำเสน่ห์
เล่ห์กลให้ปรานหลงใหล สุดท้ายยังปล้นสมบัติทุกอย่างแล้วหนีไปด้วยกัน










