ตอนที่ 10
สัปเหร่อฉุยที่ไม่ได้ออกปล้นด้วยแต่รอฟังผลที่วัดพอใจที่หินรอบคอบ
“ดี...เราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรรุก เมื่อไหร่ควรถอย รู้เขารู้เรา...รบร้อยครั้งชนะร้อยครา!”
หินไม่ยินดียินร้ายกับคำชม กวาดตามองเพื่อนร่วมขบวนการปล้นก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“รอ...เราต้องรอเวลา”
ระหว่างที่พวกหินกับหาญรอเวลาปล้นที่เหมาะสม เปรียวกลับไม่อยากรอดนัยให้มากินข้าวที่บ้านเหมือนเคย แก้วเห็นท่าทางลูกสาวก็ชักสีหน้าไม่พอใจ
“รอหน่อยไม่ได้หรือยังไง คุณปลัดดนัยบอกเขาจะมาเขาต้องมาสิ ไม่ยังงั้นจะให้ต้มยำปลาช่อนไว้ทำไม”
“แม่...อย่าเชื่อคุณปลัดดนัยนักเลย เขาไม่ใช่คนดีอย่างที่แม่คิดหรอก...เขาเป็นพวกของเสี่ยภุชงค์”
แก้วถอนใจหน่ายๆ โต้อย่างไม่ลดละ “คุณปลัดเขาเป็นคนเลวแต่คนเลวก็ไปประกันตัวเอ็งออกมา ไอ้คนดีๆเสียอีก...ดีแต่ชักพาเอาไปเสียผู้เสียคน หาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้”
เปรียวเหนื่อยใจแต่ยังพยายามอธิบาย
“ฉันหวังดีต่อแม่จริงๆนะ ฉันกลัวแม่จะต้องเสียใจทีหลัง”
“ไม่ต้องมาหวังดี หวังดีกับตัวเองให้มากๆ อย่าทำความอับอายขายหน้ามาให้แม่ก็แล้วกัน”
บัวบานเห็นท่าไม่ดี อยากช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์แม่ลูก แต่ไม่ทันอ้าปากรถดนัยก็แล่นมาจอดหน้าบ้าน
แก้วยิ้มหน้าบาน “อุ๊ย...คุณปลัดดนัยมา เห็นไหม... แม่บอกแล้วว่าเขาต้องมา เร็ว...นังบัวบาน เก็บข้าวที่เลอะเทอะนี่เร็วๆแล้วไปจัดสำรับมาใหม่ แม่จะลงไปรับหน้าคุณปลัดดนัยก่อน”
พูดจบก็กระดี๊กระด๊าลงจากบ้านไปต้อนรับดนัย
“มาแล้วหรือคะคุณปลัด...นังบัวบานกำลังจัดสำรับ นั่งที่แคร่นี่ก่อนเถอะค่ะ...คุณปลัดซื้ออะไรมาเยอะแยะ”
ดนัยก้มมองถุงของฝากมากมายในมือแล้วแสร้งยิ้มเขินๆ
“พวกของขบเคี้ยวจากกรุงเทพฯน่ะครับ”
“ไม่น่าต้องลำบากเลย เปรียว...เปรียวเอ้ย...ลงมารับของคุณปลัดดนัยสิลูก คุณปลัดเขามีของมาฝาก”
แก้วตะโกนเรียกลูกสาวคนเดียว แต่นอกจากเปรียวจะไม่ออกมาต้อนรับยังผลุนผลันกลับห้องดื้อๆ
ooooooo
แก้วเสียหน้ามากที่เปรียวไม่ยอมทำตามคำสั่ง ตามไปเอาเรื่องถึงห้องลูกสาวคนเดียว
“ทำอะไรน่ะ...ไม่นึกถึงหน้าแม่ก็ให้นึกถึงหน้าพ่อเอ็งในรูปที่ติดข้างฝาบ้าง คุณปลัดดนัยเขารักษามารยาทยอมนั่งกินข้าวกับแม่จนหมดจานก็นับว่าเขาอดทนเกินผู้ชาย เขาไม่ได้มาถามทวงเรื่องนั้นแต่แม่คิดไว้แล้ว...”
“แม่จะทำอะไร”
“ไหนๆก็ออกปากยกลูกสาวให้เขาแล้ว เอ็งต้องไปอยู่กับคุณปลัดดนัย...ไปเป็นเมียเขา”










