ตอนที่ 10
หาญนั่งฟังอยู่ด้วยหน้าเครียด คับแค้นใจจนต้องพึมพำออกมา
“เสี่ยภุชงค์ไม่ใช่แค่เป็นเจ้าของที่นาของชาวนานะ แต่ยังเป็นคนกุมอนาคตของชาวนาไว้ในมือ...ยังงี้มันต้อง...”
พูดไม่ทันจบหินก็ผลุนผลันออกไปก่อนเพราะทนฟังไม่ไหว หาญมองตามด้วยความแปลกใจ ก่อนตัดสินใจตามไปเปิดอกคุยกับหินในคืนเดียวกัน
หาญห่วงใยการกินอยู่ของพวกชาวบ้านจึงชวนหินปล้นคนรวยไปช่วยคนจน และคนรวยคนแรกที่พวกเขาจะปล้นก็หนีไม่พ้นเสี่ยภุชงค์...เศรษฐีใหญ่บ้านโคกที่ร่ำรวยจากการคดโกงและรีดไถชาวบ้าน!
ooooooo
หินเห็นดีเห็นงามกับความคิดของหาญ ตัดสินใจนำมาบอกเปรียวในคืนเดียวกัน
“ปล้นคนรวยมาช่วยคนจนหรือ...ฉันเอาด้วย”
“เปรียว...ไม่ต้อง! นี่เป็นเรื่องของการปล้นนะ แล้วตอนนี้เปรียวก็ถูกน้าแก้วกักบริเวณอยู่ในบ้าน”
“จะปล้นเมื่อไหร่”
เปรียวไม่สนใจคำห้ามปรามของเขา ถามย้ำเสียงเข้ม เมื่อเห็นเขาเงียบ
“ฉันถามว่าจะปล้นเมื่อไหร่”
หินถอนใจปลงๆ บอกแผนอย่างเสียไม่ได้ “เสี่ยภุชงค์ต้องเอาเงินไปเข้าธนาคารในเมือง มีทนายผดุงเป็นคนคุมเงินไป ไอ้หาญกำลังสืบอยู่ว่าเมื่อไหร่เราต้องหยุดรถขนเงินก่อนถึงธนาคาร”
“ไอ้พวกนี้มันขับรถเห็นหัวคนที่ไหน เราจะหยุดรถ มันยังไง”
“ไอ้หาญมันมีวิธี...”
วิธีของหาญก็คือส่งเด็กๆไปขวางขบวนรถขนเงิน ของทนายผดุง วันต่อมาทนายผดุงต้องนำเงินที่รีดไถจากพวกชาวบ้านไปฝากธนาคารให้เสี่ยภุชงค์ทุกสามวัน หินกับหาญสืบจนรู้และส่งพวกเด็กๆไปป่วน
เหล่าสมุนเอกของเสี่ยภุชงค์...ปอก กุดและเกี้ยว...ลงจากรถมาจัดการพวกเด็กๆ เปิดโอกาสให้พวกหินกับหาญ ในชุดผ้าคลุมไอ้โม่งปล้นกระเป๋าเงินจากทนายผดุง!
ทนายผดุงประสาทเสียมาก หอบสภาพกระเซอะ กระเซิงเพราะหนีโจรไปฟ้องเสี่ยภุชงค์เจ้าของเงินในกระเป๋า
“ผมเกือบเอาชีวิตไม่รอด มันยิงผมเฉียดหัวไปนิดเดียว หมวกกระเด็น ลูกปืนเฉียดใบหูดังหวิ่งๆเลยครับ พวกมันต้องเป็นโจรมาจากต่างถิ่นแน่ครับ คนบ้านโคก มันไม่กล้าหรอกครับ”
สีดาซึ่งมาปรนนิบัติเสี่ยภุชงค์รีบสนับสนุนทนายผดุงเพื่อกันหินไม่ให้อยู่ในข่ายต้องสงสัย “จริงค่ะ...คนบ้านโคก ถึงจะมีพวกหัวแข็ง แต่ไม่ถึงกับกล้าปล้นกลางเมืองยังงี้ นอกจากพวกโจรอาชีพแล้วไม่น่าจะมีใครทำได้”
เหล่าสมุนเอกของเสี่ยภุชงค์...ปอก กุดและเกี้ยวก็พยักพเยิดเห็นด้วยกับความคิดเห็นของสีดา
“ใช่ครับ...พวกมันมาถึงยิงๆแล้วคว้ากระเป๋าวิ่งหนีไป...เร็วมาก”










