ตอนที่ 10
“ผมก็ไม่รู้ มันชุลมุนยิงกันฝุ่นตลบ ไม่รู้ใครเป็นใคร”
ท่าทางสติแตกของหมวดรำพึงทำให้ดนัยเอะใจ โพล่งถาม
“เป็นคนพื้นที่หรือมาจากที่อื่น”
“ผมจะไปรู้ได้ยังไง ผมไม่ได้รู้จักทุกคนในบ้านโคกนะ”
ทนายผดุงนั่งฟังด้วยอึ้งมาก ไม่อยากเชื่อหูว่าจะมีใครกล้าปล้นขบวนอาวุธของเสี่ยภุชงค์ แต่ไม่ทันพูดอะไรเสี่ยภุชงค์ก็เอะอะโวยวายเสียก่อน
“มันได้ปืนไปหมดเลยหรือ แล้วหมวดก็ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร”
หมวดรำพึงหน้าเจื่อน ตอบเสียงอ่อย “มันปล้นเงียบ ใส่ผ้าคลุมหน้า ผมไม่ได้ยินเสียงพวกมันเลย...แทบจะไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของพวกมันด้วยซ้ำ ข้อสำคัญ... พวกมันจู่โจมเข้ามาเร็วมากจนผมกับจ่าตั้งตัวไม่ทัน”
เสี่ยภุชงค์หน้าเครียด พยายามคิดว่าใครคือกลุ่มโจรปริศนา “คงไม่ใช่พวกไอ้หินไอ้หาญ มันไม่กล้าทำการใหญ่ขนาดปล้นตำรวจหรอก มันต้องเป็นโจรก๊กไหนสักก๊กในภาคเรานี่แหละ...เราต้องสืบให้ได้ว่ามันเป็นโจรก๊กไหน!”
ooooooo
เสี่ยภุชงค์ส่งสมุนเก่าสมัยเป็นเสือชงไปสืบเรื่องหินกับหาญ รวมทั้งควานหาตัวผู้ต้องสงสัยปล้นอาวุธของเขา โดยไม่รู้เลยว่าอาวุธทั้งหมดถูกพวกหินกับหาญซ่อนไว้ในป่าช้า
สัปเหร่อฉุยกับมัคนายกผวนช่วยพวกหินกับหาญซ่อนอาวุธด้วย โดยนำไปกองรวมกันในโลงศพเก่าๆ แล้วฝังไว้ใต้หลุมศพในป่าช้าอีกที หาญอดสงสัยไม่ได้เอ่ยถามเจ้าของความคิดอย่างหิน
“ทำไมต้องเอาปืนพวกนี้มาฝังในป่าช้า”
“เสี่ยภุชงค์ต้องใช้สมุนของมันออกโรงค้นหาเพื่อเอาปืนคืน ฝังไว้ในป่าช้าปลอดภัยกว่าเก็บไว้ใต้ถุนเพิงริมคลอง”
ดินกับดำพยักหน้ารับรู้ก่อนขอให้สัปเหร่อฉุยสวดคาถาใส่อาวุธเพิ่มความขลัง แต่สัปเหร่อฉุยปฏิเสธเพราะเชื่อว่าจะสู้กับพวกเสี่ยภุชงค์ไม่ต้องการความขลังแต่ต้องการความโหดมากกว่า
นอกจากอดีตสมุนที่เสี่ยภุชงค์ส่งไปสืบเรื่องหินกับหาญ สีดาซึ่งเป็นห่วงหินก็อาสาไปช่วยล้วงข้อมูล
เสี่ยภุชงค์รู้ทันเมียเก็บคนสวยว่าคงมีใจให้หินแต่ไม่คิดห้าม ถือโอกาสหลอกใช้เพราะเชื่อว่าสีดาคงได้ข่าวอะไรบ้าง
สีดาดีใจรีบไปหาหินด้วยความรักและคิดถึง เหล่เป็นห่วงตามประกบ
“แกจะตามมาทำไมฮึนังเหล่ บอกให้กลับไปรอที่ร้านเสริมสวยก็ไม่ไป”
“ก็เหล่ห่วงเจ๊นี่คะถึงได้ตามมาเป็นก้างขวางคอ ขืนปล่อยให้เจ๊มาคนเดียวมีหวัง...เจ๊กินผู้ชายทั้งตำบล”
“นังเหล่...ท่าทางฉันหิวจนออกนอกหน้ายังงั้นเชียวหรือ”
“ท่าทางเจ๊ไม่ได้หิวอย่างเดียว...ท่าทางเจ๊กระหาย”
เหล่สวนทันควัน สีดาโมโหตั้งท่าจะแหว แต่ต้องหุบปากฉับเมื่อเห็นหินเดินมาใกล้










