ตอนที่ 10
เปรียวแอบออกจากบ้านโดยมีบัวบานช่วยดูต้นทางเหมือนเคย กระนั้นแก้วก็จับได้และคาดคั้นบัวบานจนรู้ว่าเปรียวลูกสาวคนเดียวแอบออกไปเจอหิน
หินไปดักรอเปรียวที่ริมคลอง สองหนุ่มสาวดีใจที่เจอกันแต่ยังแฝงความเครียดเพราะห่วงความเป็นอยู่ของชาวบ้านโคกที่นับวันก็ยิ่งลำบากเพราะถูกพวกเสี่ยภุชงค์รีดไถ
“เงินที่ปล้นมาได้ฉันแจกจ่ายให้คนจนเรียบร้อยแล้ว คนพวกนี้อาจแปลกใจที่อยู่ๆก็มีเงินซ่อนในบ้าน
แต่ก็ไม่มีใครอยากพูดเพราะต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่าเป็นเงินใคร ...ต่างก็กลัวความผิดและต่างก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเอง ได้เงินมา”
หินพยักหน้ารับรู้ “ดีแล้ว...เราปล้นเงินจากคนที่รวยมาด้วยการคดโกงแล้วเอามาช่วยคนจน ก็เหมือนกับปล้นเอาเงินมาคืนเจ้าของเดิม ป่านนี้ไอ้เสี่ยภุชงค์คงให้สมุนค้นหาโจรก๊กนั้นจนแทบพลิกแผ่นดิน”
“พวกผู้ชายที่ถูกหมวดรำพึงจับสอบปากคำก็ไม่มีใครต้องสงสัยเพราะพวกนี้ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องปล้น ส่วนเรื่องปืน...”
“ผมเก็บไว้ในที่ปลอดภัยพร้อมเอาออกมาใช้ได้เมื่อจำเป็น”
“ระวังตัวนะนายหิน”
“คุณด้วย...เพราะเราคงปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับได้ไม่นาน เสี่ยภุชงค์ต้องรู้ว่ามันไม่ใช่การปล้นของโจรต่างถิ่น”
“ฉันจะระวังตัว”
สองหนุ่มสาวสบตากันด้วยความรัก ต่างก็ห่วงใยกันและกัน แต่ยังทำอะไรไม่ได้มากเพราะสถานการณ์บ้านโคกยังไม่น่าไว้ใจ ไหนจะแก้วที่คงขัดขวางสุดกำลังไม่ให้ลูกสาวคนเดียวลงเอยกับคนที่คิดว่าเป็นโจร...
ooooooo
น้ำหวานสำรวจชุดหาญจนเจอปืนพกของเขา เธอลองนำมายิงเล่นแต่ดันไปเฉี่ยวพวกสมุนเอกของเสี่ยภุชงค์!
ปอก กุดและเกี้ยววิ่งตามหาที่มาของเสียงปืนจนเห็นใครบางคนในชุดคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นหาญ สามสมุนคิดจัดการหาญเพื่อเอาความดีความชอบกับเสี่ยภุชงค์ น้ำหวานเลยถูกไล่ยิงต้องวิ่งกลับไปที่รถซึ่งน้ำแข็งนั่งรออยู่
“คุณน้ำหวาน...นั่นคุณไปเอาเสื้อผ้าของใครมาใส่”
“ก็เพราะไอ้เสื้อผ้าชุดนี้แหละเราถึงต้องหนีตาย เพราะพวกมันต้องคิดว่าฉันเป็นนายหาญ เร็ว...หนีลูกปืนก่อน”
จบคำน้ำหวานก็กระโดดขึ้นรถ น้ำแข็งรีบขับออกไปพร้อมกับที่เหล่าสมุนเอกของเสี่ยภุชงค์ขับรถไล่ตามติดๆ สองสาวจากกรุงเทพฯไม่หวั่นเลย ใช้เล่ห์กลหลอกล่อจนรถของเหล่าสมุนเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง...
เปรียวแยกกับหินก็กลับมาบ้าน เจอแก้วยืนหน้าบึ้งพร้อมดนัยที่ขอมากินข้าวด้วย










