ตอนที่ 10
“พวกเราไม่ทันได้เห็นแม้แต่เงาของพวกมันเลยครับ”
“ต้องเป็นพวกโจรจากต่างถิ่นอย่างที่คุณทนายว่าแน่ๆครับ”
เสี่ยภุชงค์หน้าเครียด พึมพำกับตัวเองเสียงเครียด
“โจรต่างถิ่น...ใคร...ก๊กไหน...หรือว่าพวกมัน
มาทวงหนี้แค้นกู!”
ooooooo
หินไม่ให้เปรียวร่วมขบวนปล้นเงินด้วย แต่มอบหมายให้นำเงินที่ขโมยมาไปแจกพวกชาวบ้าน โดยเฉพาะพวกที่เป็นเหยื่อความโลภของเสี่ยภุชงค์
เปรียวกับบัวบานรับหน้าที่แจกเงินด้วยความเต็มใจ กระนั้นบัวบานก็อดกังวลไม่ได้
“พี่เปรียว...พวกชาวบ้านจะรู้ไหมว่าใครเอาเงินไปช่วยพวกเขา แล้วเงินนั่นได้มาจากไหน”
“เขาจะรู้หรือไม่รู้เงินก็บรรเทาความเดือดร้อนของเขาได้ เรารู้...เราก็อิ่มใจที่ได้ทำกุศลกับคนจน”
“เอ้อ...แล้วไอ้ที่เราทำลงไปนี่...จะบาปไหม”
คำถามของบัวบานทำให้เปรียวหน้าเจื่อน รู้แก่ใจว่า การปล้นเงินเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่ยังหาเหตุผลเข้าข้างการกระทำของตนเอง “ปล้นเงินคนชั่วเอากลับไปคืนเจ้าของเขาจะบาปได้ยังไง อย่าทำตัวเป็นคนดีนักเลยน่ะบัวบาน ทีคนชั่วมันทำชั่วไม่เห็นมันจะกลัวบาปเลย”
“แล้วพี่เปรียวคิดไหมว่าเสี่ยภุชงค์จะทำยังไง...”
เสี่ยภุชงค์ไม่คิดว่าชาวบ้านโคกรวมทั้งพวกหินกับหาญจะเป็นตัวการปล้นเงิน กระนั้นก็ไม่ประมาทส่งสมุน กับหมวดรำพึงไปตรวจสอบพวกชาวบ้าน หินกับหาญลอบยิ้มด้วยความสะใจ แกล้งยียวนกวนประสาทพวกหมวดรำพึงท้าให้ค้นทุกบ้านด้วยความมั่นใจว่าจะไม่มีใครหาเงินที่ถูกปล้นพบ
เปรียวรับรู้เรื่องพวกชาวบ้านถูกหมวดรำพึงสั่งค้นตัวก็แอบเครียด แต่ก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจจะออกจากบ้านไปแจกเงินที่เหลือ บัวบานตามไปช่วยเหมือนเคย
“แม่นอนแล้ว...เอาเงินไปแจกพวกชาวบ้านที่ยากจนให้หมดเถอะ ขืนเก็บไว้ในบ้านเกิดแม่ไปเจอเข้าจะยุ่ง”
“ยังเหลืออีกไม่กี่มัดหรอก เลือกคนที่เดือดร้อนไม่มีที่อยู่เพราะที่นากับบ้านถูกเสี่ยภุชงค์ยึดไปหมด”
สองสาวตั้งท่าจะออกจากบ้าน แต่ไม่ทันก้าวขาแก้วก็โผล่มาขวาง “จะไปไหน!”
ท่าทางอึกๆอักๆของสองสาวทำให้แก้วสงสัย
บัวบานร้อนรนแก้ตัวแกนๆว่าจะไปตีกบในทุ่งนา แก้วไม่เชื่อแม้แต่น้อย แหวสั่งให้สองสาวกลับเข้าห้องถ้าไม่อยากโดนตี!
ooooooo
นอกจากปล้นเงินเสี่ยภุชงค์ไปแจกชาวบ้าน หินกับหาญยังปล้นอาวุธของเหล่าสมุนเสี่ยภุชงค์ด้วย กระนั้นก็ยังไม่มีใครจับได้ว่ากลุ่มโจรปริศนาเป็นใคร
เสี่ยภุชงค์โกรธมาก เรียกอดีตสมุนสมัยเป็นเสือชงมาสั่งการอย่างลับๆ










