ตอนที่ 10
“เงินแค่ไหนมันก็ช่วยปลดทุกข์ให้ชาวนาไม่ได้ ตราบใดที่ท้องถิ่นยังถูกครอบงำด้วยอิทธิพลมืด”
เปรียวเห็นด้วยแต่ก็อยากเตือนให้เขาหาทางอื่น “เราจะทำแค่ปล้นเงินคนรวยไปช่วยคนจนไม่ได้นะ เสี่ยภุชงค์ต้องหาทางปราบโจรโดยอาศัยมือของกฎหมาย เราต้องหยุดเพื่อทำให้เสี่ยภุชงค์ตายใจ ฉันบอกตรงๆ...ถึงจะเป็นการปล้นคนรวยมาช่วยคนจน ฉันก็ไม่สบายใจเลยเพราะมันผิดกฎหมาย”
“เราไม่มีทางเลือก นี่เป็นวิธีที่เราจะป่วนขบวนการของเสี่ยภุชงค์”
“แต่การใช้เด็กไปสืบเรื่องคนพวกนั้นมันอันตราย วันหนึ่งเสี่ยภุชงค์ต้องรู้ว่าพวกชาวนาเอาเงินมาจากไหน”
เรื่องที่เปรียววิตกเป็นจริงในเวลาไม่นาน ดนัยนำเรื่องที่เห็นชาวนาใช้หนี้เจ้าของร้านกาแฟไปบอกเสี่ยภุชงค์ ชาวนาคนนั้นเลยถูกเหล่าสมุนลากตัวมาถามว่าเอาเงินมากมายมาจากไหน
ชาวนาอึกอักไม่บอกเลยถูกเหล่าสมุนซ้อมจนน่วม เสี่ยภุชงค์ยืนมองอย่างไม่ยี่หระ เค้นถามเสียงเข้ม
“บอกมาว่าแกเอาเงินมาจากไหน ไม่ยังงั้นฉันจะ...”
พูดพลางเงื้อมือจะต่อย ชาวนาทรุดฮวบละล่ำ-ละลักบอก
“ยอม...ยอมแล้ว ข้ายอมแล้ว ข้า...ข้าได้เงินมาจาก...ใครก็ไม่รู้เอาเงินมาแขวนไว้ที่หน้าประตู ข้าไม่ได้โกหก ข้าไม่รู้ว่าเงินของใคร ไม่ใช่ข้าคนเดียวที่ได้ คนจน...คนที่เดือดร้อนทุกคน”
เสี่ยภุชงค์หน้าเครียด พึมพำกับตัวเอง “มันปล้นคนรวยไปช่วยคนจนยังงั้นหรือ...”
คำสารภาพของชาวนาทำให้เสี่ยภุชงค์เพิ่มการคุ้มกันหนักขึ้นตอนทนายผดุงไปฝากเงินที่ธนาคาร เหล่าสมุนทั้งอดีตและปัจจุบันคอยอารักขาไม่ห่างจนพวกหินกับหาญที่ซุ่มมองตลอดตัดสินใจเปลี่ยนแผน
แผนใหม่ของพวกหินคือส่งเจ๊บุหลันกับบรรดาสาวๆในสังกัดไปป่วนขบวนขนเงินของเสี่ยภุชงค์ ทนายผดุงถึงกับผวา ไม่ได้ตื่นเต้นไปกับพวกสาวๆที่เสนอหน้ามาอ้อร้อ
“คุณทนาย...คุณทนายผดุงขา...ไม่ได้พบกันตั้งนาน หายหน้าหายตาไปไม่ไปใช้บริการที่ซ่องของเจ๊บุหลันเลยนะคะ เอ้า...เร็ว...เด็กๆ...มาบีบๆนวดๆให้บริการเคลื่อนที่ในฐานะที่คุณทนายเป็นลูกค้าประจำของซ่องเรา ตอนนี้ทางซ่องมีบริการเสริม...มีทั้งลด ทั้งแถม เด็กๆทุกคนทั้งใหม่ทั้งสด ทั้งใจดีใจกว้าง...”
เจ๊บุหลันเป็นตัวตั้งตัวตีพาสาวๆมาเคล้าคลอทนายผดุงเพื่อดึงความสนใจ
“ให้เด็กของเจ๊บุหลันบริการสักครั้งรับรองว่าคุณทนายจะต้องลืมอีแก่ที่บ้าน!”
พวกสาวๆรุมล้อมทนายผดุงตามแผนหินกับหาญ พลันจังหวะที่คนขับรถเผลอก็เข้าประชิดแล้วลากตัวทนายผดุงหายไปพร้อมกระเป๋าเงิน!
ooooooo










