ตอนที่ 10
เปรียวกับบัวบานแอบออกจากบ้านไปแจกเงินตอนดึก แก้วเข้าไปหาที่ห้องแต่ไม่เจอสองสาวก็โกรธมาก นึกรู้โดยไม่ต้องเดาว่าทั้งคู่คงหนีไปหาพวกหินกับหาญ
น้ำหวานกับน้ำแข็งแยกไปอีกทาง น้ำแข็งมีสีหน้าเป็นกังวล
“คุณน้ำหวานขา...ไอ้วิธีการปล้นคนรวยมาช่วยคนจนนี่มันใช่แล้วหรือคะ...มันผิดกฎหมายไหม”
“ฉันก็ไม่รู้จะตอบยังไง จะว่าผิดก็ผิด จะว่าถูกก็ไม่ผิด ปล้นเงินที่คดโกงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์หรือหามาด้วยการทำผิดกฎหมายเขาเรียกว่า...เงินเถื่อน”
“แต่เงินเถื่อนพวกนี้ถูกปล้นมาอีกทีนะคะ”
“เอาเถอะ...ไหนๆเราก็ตั้งใจร่วมมือกันแล้ว เราต้องเป็นกำลังช่วย เอาเงินที่ปล้นมาได้มาแจกจ่ายคนจน”
เช้าวันต่อมาเป็นวันพระ...มีงานบุญใหญ่ที่วัดบ้านโคก ชาวบ้านต่างพากันมาทำบุญ ไม่เว้นแม้แต่เจ๊บุหลันและสาวๆในสังกัดที่ชวนกันทำบุญจนกลายเป็นจุดสนใจของพวกชาวบ้าน มัคนายกผวนกับสัปเหร่อฉุยต้อนรับทุกคนอย่างดีตามประสาคนคุ้นเคยกับวัดมาตลอด
แก้วก็อยากมาทำบุญด้วยแต่ไม่ทันออกจากบ้านดนัยก็โผล่มารับ
“ผมทราบว่าวันนี้เป็นวันพระ แม่แก้วกับเปรียวต้องไปวัด”
“ใช่ค่ะ...วันพระ...ชาวบ้านโคกต้องมาทำบุญตักบาตรแล้วก็ฟังเทศน์จากหลวงตาบุญ” พูดพลางหันไปสั่งบัวบาน “ไปตามเปรียวมา...บอกคุณปลัดมารับ”
“พี่เปรียวออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นแม่ยังไม่ตื่น นึกว่าแม่ไม่ไปวัด”
“นังเปรียวไปทำไมตั้งแต่เช้า ทำไมไม่ไปพร้อมแม่ ก็รู้อยู่นี่นาว่าเราต้องไปทำบุญให้พ่อ”
แก้วโวยวาย ดนัยเห็นท่าไม่ดีตัดบทชวนขึ้นรถ บัวบานจะตามแต่แก้วไม่ให้ไปเป็นการทำโทษ...สาระแนดีนัก...ปล่อยให้เปรียวออกไปคนเดียว!
ooooooo
หินกับหาญมาร่วมงานบุญในฐานะลูกศิษย์วัด น้ำหวานกับน้ำแข็งก็ไม่พลาดงานนี้ โดยเฉพาะน้ำหวานตั้งใจมาทำบุญกับหิน หาญเห็นแล้วหมั่นไส้อดแหย่ไม่ได้
“ตักบาตรกับผมก็ได้...ผมว่าง”
“ใครอยากตักบาตรร่วมขันกับคนอย่างนาย นายทำให้ฉันเกือบถูกยิงตายนะ”
หาญส่ายหน้าอ่อนใจ “เพราะไอ้พวกนั้นมันเห็นคุณใส่เสื้อผ้าของผม ความผิดใครล่ะ...ใครที่เป็นคนปล้นเอาเสื้อผ้าผมไปแล้วปล่อยให้ผมนุ่งใบตองกลับวัด”
หินปล่อยหาญกับลูกศิษย์วัดคนอื่นช่วยงานวัด ส่วนตัวเองปลีกตัวไปเจอเปรียวที่ท่าน้ำ เปรียวรออยู่แล้วด้วยสีหน้าเป็นกังวล ไม่สบายใจนักกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ฉันเอาเงินที่คุณปล้นมาแจกจ่ายชาวบ้านหมดแล้ว เงินนั่นมันคงช่วยให้ชาวนาบรรเทาความเดือดร้อนได้”










