ตอนที่ 2
เฟื่องลดาดิ้นรนไขว่คว้าไม่ยอมให้พ่อจากไปจนเกือบจะตกเตียง ทัฬห์ต้องก้มลงยึดแขนตรึงไว้กับเตียง พอเธอรู้สึกตัวตื่นก็ตกใจถามทัฬห์ว่าจะทำอะไร ทัฬห์บอกว่าเธอคงฝันเห็นพ่อและพยายามจะลงจากเตียง เธอจึงรู้ว่าตัวเองฝันไป
หมอเข้ามาบอกว่าสุขภาพเธอดีขึ้นมากแล้ว เฟื่องลดาจึงขอกลับ หมอบอกว่าวันนี้ค่ำแล้วกลับพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แต่เธออยากกลับเดี๋ยวนี้เลย หมอก็พยักหน้าอนุญาต
เฟื่องลดาโทร.บอกสร้อยสนว่าจะไปวัดเดี๋ยวนี้ สร้อยสนบอกว่าพระสวดเสร็จแล้ว เราไปเจอกันที่บ้าน เลยนะ เฟื่องลดาจึงต้องยอมกลับไปกับทัฬห์ ส่วนสร้อยทองกับสร้อยสนก็มีไทว์คอยดูแล
ooooooo
ทัฬห์พาเฟื่องลดาไปทานข้าวเพราะหมอบอกว่าเธอขาดสารอาหารอยู่โรงพยาบาลก็ได้รับแต่น้ำเกลือกับอาหารอ่อนๆจากโรงพยาบาล
เฟื่องลดาหงุดหงิดบอกเขาว่าเลิกยุ่งเจ้ากี้เจ้าการกับตนสักทีได้ไหม ทัฬห์บอกว่าตนต้องยุ่งเพราะคุณเฟื่องฝากเธอไว้กับตน เฟื่องลดาไม่เชื่อ ทัฬห์บอกให้เธอทานข้าวให้หมดเสียก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง เฟื่องลดาจึงตั้งหน้าตั้งตาทานแล้วทวงให้เขาเล่า
แต่พอทัฬห์เล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุและคำฝากฝังของเฟื่องก่อนสิ้นใจให้ฟัง เฟื่องลดาก็ลุกพรวดจากโต๊ะอาหารร้องไห้ออกไป
ทัฬห์เอาเงินค่าอาหารวางไว้แล้วรีบตามไปถามว่าเธอเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม
“ฉันสงสารพ่อ...พ่อคงเจ็บมาก...” พูดไปร้องไห้สะอึกสะอื้นไปเหมือนเด็กๆ
ทัฬห์สะเทือนใจมาก เดินไปกอดปลอบเหมือนผู้ใหญ่ปลอบเด็ก พูดอ่อนโยน อบอุ่น...
“อยากร้องก็ร้องออกมาให้หมด แล้วมันจะทำให้เธอสบายใจขึ้น”
เฟื่องลดาซบหน้าร้องไห้กับอกทัฬห์อย่างลืมตัว ทัฬห์ลูบผมปลอบอย่างอ่อนโยน
ooooooo
เมื่อกลับถึงบ้าน ทัฬห์รีบพูดก่อนที่เฟื่องลดาจะเดินเข้าบ้านว่า
“ฉันหวังว่าเธอคงเข้าใจและให้โอกาสฉันได้ทำหน้าที่แทนพ่อของเธอตามที่ท่านต้องการนะเฟื่องลดา”
“ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณเล่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงฉันก็คงทำใจรับการดูแลจากคนที่ทำให้พ่อฉันตายไม่ได้ ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะความประมาทหรืออุบัติเหตุก็ตาม สรุปคุณไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายหรือรับผิดชอบ ชีวิตของฉันฉันดูแลตัวเองได้”
พูดอย่างถือดีแล้วเปิดประตูเข้าบ้านไปเลย ทัฬห์อึ้ง มองตามอย่างหนักใจที่เฟื่องลดาไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรจากตนเลย
กลับเข้าห้องนอนแล้ว เฟื่องลดานอนพลิกไปมาหลับไม่ลง ในที่สุดลุกขึ้นนั่งกอดเข่าเครียด
สร้อยสนมาเคาะประตูถามว่าหลับหรือยัง เธอบอกว่ายังตนไม่ได้ล็อกประตูห้อง สร้อยสนจึงเปิดเข้าไปถามอย่างเป็นห่วง
“ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะจ๊ะ รีบนอนเสียจะได้แข็งแรงเร็วๆ”
“พี่สนคะ ลดาฝันเห็นพ่อตอนอยู่โรงพยาบาล”
สร้อยสนเข้ามานั่งจับมือเฟื่องลดาพูดปลอบใจ...
“คุณลุงคงห่วงลดามาก คงไม่อยากเห็นลดาจมอยู่ในความเศร้าแบบนี้”
“ถ้าสมมติพี่สนเป็นพ่อของลดา ก่อนตายพี่สนจะฝากลดาไว้กับใครคะ” สร้อยสนบอกว่าก็ต้องกับคนที่ใกล้ชิดลดามากที่สุด ถามว่ามีอะไรหรือ “จะเป็นไปได้ไหมคะที่พี่สนจะฝากลดาไว้กับคนที่ไม่รู้จักกันเลย”
“จะเป็นไปได้ยังไง คนไม่รู้จักกัน เป็นพี่ พี่คงไม่ฝากไว้อย่างแน่นอน” แล้วถามมีอะไรหรือเปล่า
เฟื่องลดาบอกว่าไม่มีอะไรตนแค่ถามเรื่อยเปื่อย แล้วล้มตัวลงนอน สร้อยสนจึงอวยพรให้ฝันดี ห่มผ้าให้น้องอย่างอ่อนโยนแล้วออกไป
เฟื่องลดาพึมพำอย่างไม่พอใจเมื่อนึกถึงทัฬห์ “คิดว่าฉันเป็นเด็กแล้วจะหลอกได้ง่ายๆเหรอ ฉันไม่มีวันเชื่อหรอก”
ooooooo










