ตอนที่ 2
กานดาบอกว่าลดาก็รู้แก่ใจดีว่าพี่วินรู้สึกดีๆกับเธอมาก เฟื่องลดาบอกว่ารู้ แต่ตนรู้สึกกับพี่วินเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น
พอดีเดินมาถึงประตู เฟื่องลดาจึงโบกมือบาย บอกว่าแล้วค่อยเจอกัน
แต่พอกลับถึงบ้าน สร้อยสนถามอย่างเป็นห่วงว่าทำไมตนติดต่อไม่ได้เลย เฟื่องลดาจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและโทรศัพท์ของตนก็หล่นหายไปตอนนั้น
สร้อยทองทำเป็นตกอกตกใจโอ๋เรียกขวัญให้ บอกว่าโทรศัพท์หายก็ช่างเถอะลดาปลอดภัยก็ดีแล้วเดี๋ยวน้าจะซื้อให้ใหม่ เฟื่องลดาไม่อยากรบกวน ก็บอกว่าถือเป็นของขวัญที่ได้งานก็แล้วกัน
สร้อยสนแปลกใจว่าลดาทำโทรศัพท์หายนอกจากแม่ไม่บ่นไม่ว่าแล้วยังใจป้ำจะซื้อโทรศัพท์ให้อีก เลยถูกสร้อยทองด่าแก้เกี้ยวถามว่ามองตนในแง่ดีบ้างได้ไหม อย่าเอาแต่เรื่องเดียวมาตัดสินตน
ไม่ว่าสร้อยทองจะแก้เกี้ยวยังไง สร้อยสนก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าแม่กำลังจะทำอะไรกันแน่
ฝ่ายเฟื่องลดา แม้จะทิฐิและโกรธแค้นทัฬห์อย่างไร แต่เมื่อนึกถึงคำชมทัฬห์ของคนขับรถคนนั้นและกานดาที่บอกว่า “แกต้องขอบคุณคนนั้นให้มากๆ นี่เท่ากับเขาช่วยชีวิตแกไว้เลยนะ” ก็อดที่จะสับสนไม่ได้
ooooooo
ทัฬห์เก็บโทรศัพท์ของเฟื่องลดา กลับถึงบ้านคืนนี้เขาจึงลองเปิดเครื่องดู เห็นภาพเฟื่องลดากับพ่อที่ถ่ายกันอย่างสนิทสนมและมีความสุขมาก
ทัฬห์เปิดไปที่อัลบั้มเห็นภาพเฟื่องลดากับกวินต่อมือเป็นรูปหัวใจกันก็ชะงัก ขยายรูปจะดูหน้ากวิน ก็พอดีมีเสียงเคาะประตู ทัฬห์รีบเก็บโทรศัพท์ใส่ลิ้นชัก พอไทว์เข้ามาทัฬห์ถามว่าลูกแก้วนอนแล้วหรือ
ไทว์บอกว่าหลับแล้วแต่กว่าจะหลับตนต้องเล่านิทานจนคอแห้ง ทัฬห์มองหน้าน้องชายชมว่าเขาปะเหลาะเด็กเก่ง อายุอานามขนาดนี้ควรแต่งงานได้แล้ว
“ผมยังไม่มีเจ้าสาวเลยครับ” ไทว์พูดขำๆ
ทัฬห์บอกว่าถ้าอยากได้จริงๆตนจะหาให้ ไทว์ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าพี่ทัฬห์เล็งใครไว้ให้แล้ว
“ใช่”
“ใครครับ”
“เฟื่องลดาไง”
พอไทว์รู้ก็โวยวาย “โอ๊ย...ยัยเด็กตัวแสบนั่น ผมขอบายดีกว่าครับพี่ เอ๊ะ...เห็นไม่ถูกกันอยู่ ทำไมพี่ทัฬห์ถึงอยากได้ยัยเฟื่องลดามาเป็นน้องสะใภ้ล่ะครับ”
ทัฬห์จึงเล่าเรื่องเสี่ยนภให้ฟัง บอกไทว์ว่าตนเป็นคนทำให้พ่อเฟื่องลดาต้องตายก็ควรต้องรับผิดชอบช่วยลูกเขาไม่ใช่หรือ เพราะถ้าพ่อเด็กคนนั้นยังอยู่ เขาก็ต้องปกป้องลูกสาวเขาแน่ๆ
“ผมเข้าใจพี่นะ แต่เรื่องนี้ผมคงช่วยไม่ได้จริงๆ เอ...แต่ผมว่ามีอยู่คนนึงที่น่าจะเหมาะกับเฟื่องลดา”
“ใคร...หรือนายมีเพื่อนที่นิสัยดีๆ” ทัฬห์ถามตื่นเต้น ไทว์บอกไม่ใช่ ให้พี่ลองส่องกระจกดู ทัฬห์นิ่งไปอึดใจ พอนึกได้ก็ด่าขำๆเขินๆ “บ้า...ฉันกับเด็กคนนั้นอายุห่างกันเป็นสิบๆปี แกคิดได้ยังไงเนี่ย”
ไทว์บอกว่าอายุไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกหรอก ทัฬห์บอกว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับเด็กคนนั้น ตนแค่สงสาร
“ความรักมักเริ่มจากความสงสารนะครับพี่” ไทว์มองพี่ชายล้อๆ ทัฬห์บอกว่าไปกันใหญ่แล้ว “แต่ผมว่าพี่น่าจะลองคิดดูนะครับ พี่วัณก็เสียไปนานแล้ว ลูกแก้วจะได้มีคนมาดูแล”
“นี่ถ้านายพูดต่ออีกคำเดียว นายโดนฉันเตะแน่”
ไทว์มองพี่ชายขำๆ แต่ก็รีบออกไปก่อนจะเจอของจริง
พอไทว์ออกไปแล้ว ทัฬห์หยิบโทรศัพท์ของเฟื่องลดาจากลิ้นชักออกมาเปิดดูอีกครั้ง เห็นเฟื่องลดาทำท่าตลกๆก็ส่ายหน้ากับตัวเองอย่างเห็นเป็นเด็กที่สดใสร่าเริงทะเล้นๆคนหนึ่งเท่านั้น










