ตอนที่ 15
วศินถูกพาไปที่โรงสีร้าง เขาแอบแชร์โลเกชันให้อินทัช อินทัชได้รับแล้วตะบึงรถไปทันที
อ้นอยู่ที่ห้องพักแขกบ้านสวนของทองเติมไปเคาะประตูห้องสุดาวรรณไม่มีเสียงตอบรับจึงเปิดประตูเข้าไป ปรากฏว่าแม่ไม่อยู่ อ้นบ่น
“ไหนบอกว่าไม่สบาย ขอนอนพักไง แล้วหายไปไหน?”
พอดีมีสายเรียกเข้าจากอ้อ อ้นลังเลจะรับหรือไม่รับดี สุดท้ายก็ไม่รับ วางโทรศัพท์ไว้อย่างรำคาญแล้วจะออกไป พลันเสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้นที่มือถือของตัวเอง เป็นข้อความจากอ้อว่า “หนูดีถูกคุณแม่จับตัวไป”
อ้นเปิดแต่ไม่ได้อ่าน แล้วเดินตามหาแม่ไปในสวน บังเอิญได้ยินลูกน้องสองคนของทองเติมที่เฝ้าอยู่คุยกันว่า ผู้หญิงที่นายจับมาสวยมาก อีกคนบอกว่าเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่พ่อเลี้ยงชัชชนรัก
“เฮ้ย!! ที่ในข่าวว่าเป็นคู่หมั้นกับไอ้คุณอ้นลูกยัยคุณนายฆาตกรน่ะเหรอ”
“ใช่ นังคุณนายมันจับมาล่อให้ไอ้พ่อเลี้ยงชัชชนมาติดกับ”
อ้นตกใจเมื่อรู้ว่าหนูดีถูกจับตัวเพื่อล่อวศินมาฆ่า เขาออกไปแสดงตัวถามว่า
“พวกแกเอาหนูดีไปไว้ที่ไหน”
มันสองคนตกใจแต่บอกว่าพวกเราบอกไม่ได้เพราะนายสั่งไว้ อ้นฉุนขาดชักปืนออกมาจ่อ ถามว่าทีนี้บอกได้หรือยัง มันตกใจกลัวปืนมากกว่ากลัวนาย ลนลานบอกว่า
“ที่โรงสีร้างของนายครับ”
อ้นวิ่งออกไปทันที
ooooooo
หนูดีกับเรือนแก้วถูกมัดอยู่ในโรงสีร้าง เห็นวศินเดินตามลูกน้องทองเติมเข้ามาต่างตกใจมาก วศินดีใจจะวิ่งเข้าหาหนูดีถูกลูกน้องทองเติมกันไว้ ได้แต่ร้องถาม
“คุณหนูดีเป็นไงบ้างครับ”
“หนูดีไม่เป็นไร พี่วศินมาทำไม ไม่รู้เหรอว่านี่เป็นแผนของป้าสุ”
“รู้ครับ แต่ผมต้องมาช่วยหนูดี ถ้าผมไม่มาคุณสุต้องทำร้ายหนูดีแน่”
วศินอาศัยทีเผลอพุ่งเข้าเล่นงานลูกน้องทองเติม ทั้งสองต่อสู้กันต่อหน้าหนูดีที่พยายามดิ้นจะไปช่วยวศินแต่ถูกมัดจนดิ้นไม่หลุด
เป็นเวลาที่ลูกน้องทองเติมกำลังพาอ้นมุ่งหน้ามาที่โรงสีร้าง เขานึกถึงภาพวศินตาย นึกถึงความจริงที่รู้ว่าแม่เป็นคนฆ่าพ่อ อ้นเร่งฝีเท้า ใจก็ภาวนา...
“คุณแม่อย่าทำผิดอีกเลยนะครับ”
วศินต่อสู้กับลูกน้องทองเติมจนมันสลบ แต่พอหันไปยังมีอีกคนที่พุ่งเข้ามา เขาจัดการมันจนสลบไปอีกคนแล้วรีบเข้าไปแก้เชือกให้หนูดีกับเรือนแก้ว
“รีบไปกันเถอะครับ”
วศินกำลังจะพาทั้งสองหนีก็ถูกยิงเข้าที่หัวไหล่จนทะลุล้มลง ทั้งหนูดีและเรือนแก้วตกใจสุดขีดถลาเข้าประคองร้องเรียก
“พี่วศิน!!!”
“พ่อเลี้ยง!!”
อ้นมาถึงหน้าโรงสีร้างพอดี ได้ยินเสียงปืน เขาอุทาน “คุณแม่!!!” แล้วรีบวิ่งเข้าไป
สิ่งที่ทุกคนเห็นคือสุดาวรรณเดินหัวเราะเข้ามากับทองเติม และวศินพยายามจะลุกแต่เจ็บจนลุกไม่ขึ้น
หนูดีถลาเข้าหาวศิน แต่เรือนแก้วหนีเอาตัวรอดไปก่อนแล้ว
“พี่วศินเป็นยังไงบ้างคะ”
“หนูดีรีบหนีไปเถอะ”
หนูดีส่ายหน้าพยายามช่วยวศิน ทันใดนั้นเสียงสุดาวรรณก็เยาะเย้ยขึ้น
“ความรักนี่มีพลังยิ่งใหญ่นะ ขนาดรู้ว่าจะตาย แต่เพื่อคนที่ตัวเองรักก็ยังมาได้”
“ปล่อยตัวคุณหนูดีไปเถอะคุณสุ คนที่คุณต้องการคือผมไม่ใช่หรือ ผมก็มาแล้วนี่ไง คุณจะฆ่าจะแกงกันยังไงก็เชิญ แต่ปล่อยตัวหนูดีไปก็พอ”
“ไม่!! หนูดีไม่ไปไหนทั้งนั้น หนูดีไม่ทิ้งพี่วศินเด็ดขาด”
“รักกันดีนะ...น่าสงสารตาอ้นที่รักผู้หญิงอย่างเธอ เธอมันโง่ที่ไม่เห็นค่าลูกชายฉัน ไอ้ลูกเมียน้อยชั้นต่ำนี่มันมีอะไรดีฮะ! หรือพอเห็นมันรวยขึ้นหน่อยก็ตัวสั่นระริกอยากเป็นเมียมัน”
“สำหรับหนูดีวัดคนกันที่ความดีค่ะ ไม่ใช่เงินทองหรือชาติกำเนิด ต่อให้เขาเกิดมาสูงส่งแต่ทำตัวไม่ดีก็ไม่มีค่าคู่ควรกับความรักของใครหรอกค่ะ”
“ปากดีนัก!!” สุดาวรรณสะบัดมือจะตบหนูดี
“อย่าครับคุณแม่!!!” เสียงอ้นดังขึ้นพลางวิ่งเข้ามา
“ตาอ้น...”
“อย่าทำอะไรหนูดีนะครับคุณแม่”
“นี่ลูกไปรักผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง รู้ก็รู้ว่ามันรักคนอื่น ไม่ได้รักลูกเลย”
“คุณแม่ครับ...พอเถอะครับ อย่าทำอะไรมากไปกว่านี้เลย เราหนีไปที่อื่นกันเถอะ”
“ไม่!!! แม่ไม่ยอมหนีแล้วให้ไอ้วศินมันเสวยสุขบนกองเงินกองทองที่มันควรเป็นของเราหรอก ถ้าไม่มีมันกับแม่ของมันทุกอย่างก็ไม่เป็นแบบนี้”
วศินโต้ทั้งที่เจ็บแผลว่าไม่จริง จะมีหรือไม่มีตนกับแม่คุณก็ไม่รู้จักพออยู่ดี สุดาวรรณโต้ว่าวาดต่างหากที่แย่งทุกอย่างของตนไป แล้วนึกขึ้นได้มองจิกวศินพูดอย่างสะใจว่า
“จริงสิ! ก่อนแกจะตาย จะบอกให้เอาบุญนะว่าตอนที่แม่แกตายมันทรมานมาก”
“หมายความว่าไง คุณอยู่กับแม่ตอนตายหรือ?”
“ใช่ ฉันเป็นคนโกหกนังวาดเรื่องคุณสรวิชญ์จนทำให้นังวาดมันเสียใจจนอาการหัวใจกำเริบเอง”
อ้นตกใจมากเมื่อรู้ความจริงว่าวาดตายเพราะแม่อีกคน วศินแค้นมากพยายามจะลุกขึ้นแต่ลุกไม่ไหว ได้แต่คำราม
“คนที่ทำให้แม่ตายคือคุณจริงๆ”
“เปล่านะ...แม่แกอาการกำเริบเอง ฉันก็แค่...ไม่ได้หยิบยาให้...แล้วมันก็ตายช้าๆอย่างทุรนทุราย สาสมกับกรรมที่มันคิดแย่งผัวชาวบ้านนั่นแหละ!!!”
สุดาวรรณเล่าการตายของวาดราวกับเรื่องรื่นรมย์ วศินแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ หน้าซีดลงไปทุกทีเพราะเสียเลือดมาก หนูดียังประคองอยู่อย่างห่วงใย
“คุณทำให้ผมเข้าใจพ่อผิด”










