ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษชาวดิน

SHARE

สุดาวรรณวิ่งตามพลางร้องเรียกอ้น แต่อ้นขับรถออกไปก่อนแล้ว เลยนั่งร้องไห้หมดแรงอยู่ตรงนั้น

พวงมณีเห็นก็สงสัยว่าแม่ลูกทะเลาะอะไรกัน เอะใจ “หรือว่า???”

“หรือว่าอะไรเหรอแม่” อาร์ตยื่นหน้ามาถาม พวงมณีตกใจดุว่าทำไมมาไม่ให้สุ้มเสียง “แม่มายืนส่องป้าสุเขาทำไม อาร์ตเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ” พวงมณีอึกอัก “หรือว่าแม่กำลังสงสัยป้าสุอยู่...ใช่ไหมแม่...”

พวงมณีพยักหน้า อาร์ตร้องอ้าว ไหนเมื่อวาน... พวงมณีตัดบททันทีว่า

“เมื่อวานแม่ก็แค่เล่นละครตบตาป้าสุเท่านั้น... เพราะแม่สงสัยว่าป้าสุเป็นคนที่ฆ่าคุณพ่อ”

อาร์ตตกใจ แต่ห่างออกไปเล็กน้อย อ้อได้ยินพอดีก็ไม่สบายใจเพราะพวงมณีก็สงสัยเหมือนตน

อ้นขับรถตะบึงไปด้วยความเสียใจอย่างที่สุด ไปจนถึงโรงพักตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไป

ตำรวจพาอ้นเดินมาหน้าห้องขัง เห็นวศินนั่งอยู่ในห้องขังก็ชะงัก คิดถึงที่ได้ยินแม่พูดโทรศัพท์ว่า

“หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนั้นยังไงไอ้วศินก็ต้องรับผิดเข้าคุกแทนฉันอยู่แล้ว” อ้นมองวศินอย่างรู้สึกผิดที่ตนรู้สึกแบบนั้นกับน้องชาย เดินตรงเข้าไปหา ถามอย่างห่วงใยว่า “แกเป็นไงบ้าง”

“คุณอ้นมีอะไรกับผมเหรอครับ” วศินแปลกใจ

“ฉัน...” อ้นพูดไม่ออก พลันก็คิดถึงที่แม่บอกว่า แม่ทำทุกอย่างก็เพื่อลูก เลยยิ่งพูดไม่ออกเลยบอกว่า “ไม่มีอะไร...” พูดแล้วหันหลังเดินออกไป สวนกับอินทัชที่เดินเข้ามาพอดี

อินทัชเดินมาถามวศินว่าคุณอ้นมีอะไรหรือ วศินมองอ้นที่เดินออกไปอย่างแปลกใจ บอกว่าไม่รู้สิ

สุดาวรรณยังนั่งร้องไห้อยู่ อ้อเดินมาเห็นตัดสินใจ เข้าไปถามว่า “คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีอะไรหรอกลูก แม่แค่คิดถึงพ่อเขา...” สุดาวรรณรีบเช็ดน้ำตาตีหน้าเศร้า

อ้อรู้ว่าแม่มีอะไรมากกว่านั้น พยายามหว่านล้อมว่ามีอะไรไม่สบายใจก็คุยกับตนได้ สุดาวรรณสะดุ้งเหมือนวัวสันหลังหวะถามระแวงว่า “อ้อหมายถึงอะไร”

“ทุกเรื่องค่ะ ไม่ว่าเรื่องอะไร เราจะมาหาทางออก ด้วยกัน”

“แม่ไม่มีอะไร อ้อไม่ต้องเป็นห่วง” สุดาวรรณยังปากแข็ง

อ้อเมินไปทางอื่นถอนใจที่ตนให้โอกาสเต็มที่แต่แม่ยังไม่ยอมรับ ก็พอดีมือถือของสุดาวรรณดังขึ้น เป็นตำรวจโทร.มาบอกว่าการชันสูตรศพเรียบร้อยแล้วให้มารับศพกลับไปได้ สุดาวรรณจึงชวนอ้อไปรับศพพ่อมาวัด

อ้อขอไปเอากระเป๋าก่อน สุดาวรรณหันมองรูปสรวิชญ์ที่แขวนอยู่ในบ้าน พึมพำเด็ดเดี่ยว...

“ฉันมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็จะไม่มีวันถอยหลังเด็ดขาด”

ooooooo

ทีวีออกข่าวเรื่องการตายของสรวิชญ์ว่า

ผู้ต้องสงสัยเป็นนักธุรกิจชื่อดังทางภาคเหนือ ลูกชายนอกสมรสของผู้ตายที่ทางตำรวจกำลังสอบสวน ถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานต่อไป

ละมุดดูข่าวแล้วบอกภัสสรว่าตนไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณวศินจะฆ่าพ่อตัวเองได้

“คดียังไม่ถึงที่สุด เราอย่าเพิ่งไปปักใจเชื่อว่าเขาจะเป็นคนร้ายหรือคนผิด” ละมุดดูมือถือไปพลางบอกว่าแต่คนในโซเชียลกระหน่ำด่าคุณวศินจมดินไปแล้ว “ปล่อยเขาเถอะ อยากแสดงความโง่ออกมาให้โลกจารึกก็ปล่อยเขาไป คนฉลาดไม่ควรตัดสินใครก่อน ฉันมีบทเรียนมาแล้ว”

ภัสสรมองไปเห็นหนูดียืนสีหน้าไม่สบายใจก็เป็นห่วง

หนูดีกำลังคิดถึงตอนที่ตนแอบไปเยี่ยมวศินที่ห้องขังโรงพัก วศินมองอย่างไม่เชื่อสายตาอุทาน

“คุณหนูดี...”

“คุณเป็นยังไงบ้าง?” พอได้ยินคำถามวศินก็ยิ้มออกบอกว่าตนไม่เป็นไร “ฉันได้ยินว่าตำรวจไม่ให้คุณประกันตัว เลยขอเขามาเยี่ยมคุณที่นี่”

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง วศินตัดสินใจถามว่า “คุณหนูดีเชื่อไหมว่าผมฆ่าพ่อ”

“คุณไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก” หนูดีตอบอย่างหนักแน่นมั่นใจ

“ผมดีใจนะครับที่คุณหนูดีเชื่อใจผม” วศินยิ้มเต็มหน้าทั้งที่ตัวเองอยู่ในห้องขัง

กลับมาแล้วหนูดียังคิดเป็นห่วงวศิน พึมพำ “คนดีอย่างคุณต้องไม่เป็นไรนะ”

ภัสสรเดินเข้ามาถามว่าเป็นห่วงวศินหรือ หนูดีพยักหน้าบอกแม่ว่า

“หนูดีไม่เชื่อว่าเขาจะฆ่าคุณลุงสรวิชญ์ หนูดีอยากช่วยอยากทำอะไรให้มากกว่านี้ แต่หนูดีทำอะไรไม่ได้เลย แค่อยากไปเยี่ยมก็ต้องแอบไปหลบๆซ่อนๆ”

ภัสสรบอกว่าดีแล้ว เพราะถ้าเป็นข่าวไม่ใช่แค่หนูดีจะเสียหาย แต่วศินก็จะเดือดร้อนไปด้วย เผลอๆ อาจจะถูกโยงว่าหนูดีเป็นสาเหตุที่ทำให้วศินฆ่าพ่อตัวเองไปด้วย

“ก็เพราะแบบนี้ไงคะหนูดีถึงโมโหตัวเอง

ที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย ทั้งที่เขาช่วยหนูดีมาตลอด”

“หนูดี...แม่เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง สักวันคนร้ายตัวจริงก็จะถูกจับกุม วศินจะต้องรอด เชื่อแม่”

“หนูดีก็ขอให้เป็นแบบนั้นค่ะ”

ooooooo

จากการสืบของอินทัช เขาได้หลักฐานสำคัญมาบอกวศินและเอาทัมบ์ไดรฟ์ให้ตำรวจเปิดดูด้วยกัน

จากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านสรวิชญ์ เห็นม้าเหล็กเดินเข้าไปในบ้านจากประตูหลัง วศินสะดุดตาบอกว่าคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้แต่ยังเห็นหน้าไม่ชัด อินทัชย้ำจากกล้องวงจรปิดว่า

“เห็นไหมครับคุณตำรวจว่ามีคนร้ายเข้าไปใน บ้านก่อนที่พี่วศินจะเข้าไป”

ตำรวจถามว่าไปเอาคลิปนี้มาจากไหน อินทัชบอกว่าจากกล้องวงจรปิดของบ้านด้านหลังที่ติดกับบ้าน คุณสรวิชญ์ แล้วเล่าว่า...

“ผมลองไปเดินตามเส้นทางที่พี่วศินบอกจนถึงประตูด้านหลังบ้านศิริเสนี จนกระทั่งเจอกับกล้องวงจรปิดของบ้านที่อยู่ใกล้ๆ...หลังจากนั้นผมก็ไปขอเปิดไฟล์และก๊อบปี้ภาพในกล้องจากเจ้าของบ้าน ถ้าคุณตำรวจไม่เชื่อจะไปตรวจสอบจากเจ้าของบ้านหลังนั้นอีกทีก็ได้นะครับ”


นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บิ๊กเอ็ม" มุ่งมั่นทำโฟโต้บุ๊กระดมทุนช่วยผืนป่า

"บิ๊กเอ็ม" มุ่งมั่นทำโฟโต้บุ๊กระดมทุนช่วยผืนป่า
28 มี.ค. 2563
08:01 น