ตอนที่ 6
คำปลอบของลูกสาวคนโตทำให้เซียะเนี้ยสบายใจขึ้น ดึงตัวมากอดด้วยความภูมิใจ
“อ้ายผิง...หนูเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของม้า”
เจียอิงในคราบอ้ายผิงต้องข่มอารมณ์มากไม่ให้สะบัดตัวออก ในใจพลุ่งพล่านด้วยไฟแค้นและความขยะแขยงสัมผัสของเซียะเนี้ย เซียะเนี้ยเชื่อสนิทว่าอ้ายผิงคือลูกสาวตัวจริงดึงเอกสารสำคัญจากใต้หมอนยื่นให้
เอกสารมอบอำนาจในมือทำให้เจียอิงตาโตในใจลิงโลดแต่ต้องเก็บอาการทำหน้านิ่ง
“ทำไมม้าต้องรีบร้อนด้วย”
“อ้ายผิง...ม้าแก่แล้ว...จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ม้าถึงอยากให้หนูเป็นคนช่วยดูแลบ้านของเราต่อไป นอกจากหนูก็ไม่มีใครที่ม้าจะไว้ใจได้อีกแล้ว นึกเสียว่าทำเพื่อตอบแทนอาปากับม้าก็แล้วกัน”
เจียอิงหลบตา แสยะยิ้มร้ายพลางคิดในใจ
“ได้สิ...ฉันจะตอบแทนพวกแกให้สาสมทีเดียว!”
แต่ที่พูดออกไปจริงๆกลับเป็นคำพูดอีกอย่าง
“ไม่ต้องห่วงค่ะ...ลูกจะทำทุกอย่าง...ลูกให้สัญญา”
ooooooo
เจียอิงในคราบอ้ายผิงมีความสุขมาก ดีใจได้หนังสือมอบอำนาจของเซียะเนี้ยเร็วกว่าที่คิด แถมซูเจ็งก็มีอาการแพ้ท้องอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอคิดว่าใกล้เวลาปิดบัญชีคนบ้านนี้สักที แต่พลันฝันของเจียอิงก็สลายเมื่อจู่ๆก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่บ้านอันซิน!
หมอโซวนั่นเองนั่งแท็กซี่จากโรงแรมมาหาเจียอิงเพื่อพิสูจน์บางอย่าง ซุนหลิงที่เพิ่งมาจากบ้านเช่าของหงเจอเขาโดยบังเอิญที่หน้าบ้านอันซินแต่ไม่ได้คุยกันมากนอกจากเรื่องที่เขาบอกว่าตั้งใจมาหาลูกสาวเจ้าสัวฟัง
ซุนหลิงอดสงสัยไม่ได้ว่าชายหนุ่มแปลกหน้าที่ตนเจอหน้าบ้านเป็นใคร แม้จะมั่นใจว่าลูกสาวเจ้าสัวฟังที่เขาพูดถึงคืออ้ายผิงแต่ทำไมเขาถึงมาดึกดื่นขนาดนี้
คุณหนูคนใหม่ตระกูลปึงไม่มีเวลาคิดมากเรื่องชายหนุ่มแปลกหน้าแขกของอ้ายผิงเพราะต้องรีบไปนวดพ่อ โดยมีเก้ากับป้อเจ๊ช่วยอีกแรงทำให้อาการเจ้าสัวฟังดีขึ้นเรื่อยๆ
เจียอิงในคราบอ้ายผิงไม่สำเหนียกว่าซุนหลิงจะแอบเข้ามาหาเจ้าสัวฟังในบ้าน มัวตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นหน้าหมอโซวในห้องโถงกลางบ้าน หมอโซวยิ้มกว้าง ดีใจที่ได้เจอหญิงสาวอันเป็นที่รักแต่ก็อดตัดพ้อไม่ได้
“ผมเอาของไว้ที่โรงแรมแล้วมาหาคุณ...เจียอิง...ผมคิดถึงคุณเหลือเกินแต่โทร.มากี่ครั้งคุณก็ไม่รับไม่โทร.กลับ”
พูดจบก็เดินหาหมายจะกอดให้หายคิดถึง
แต่เจียอิงรีบเบี่ยงหนี หมอโซวอึ้งอึดใจ สีหน้าตึงขึ้นจนเจียอิงต้องแก้ตัวเสียงอ่อน “หมอคะ...ฉันต้องขอโทษอย่างมาก มัวยุ่งเรื่องพ่อกับแม่แล้วก็งานบริษัทพี่ชายคนโตไปคุมทางใต้ พี่ชายคนรองไปทำแทนที่บริษัท เหลือฉันคนเดียวอยู่ดูแลคนป่วยสองคนที่นี่”
หมอโซวยักไหล่ไม่ยี่หระ สวนอย่างรู้ทัน
“คุณก็ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ สองคนนั่นไม่ใช่พ่อแม่คุณ คุณทำให้เขาเป็นอย่างนี้แล้วยังจะช่วยเขาอีกทำไม...ผมไม่เข้าใจ”










