ตอนที่ 5
“ตะวัน...มิน่าล่ะนายถึงได้พยายามทำตัวเข้ามาใกล้ชิดกับคุณพิมพ์ เพราะนายรู้จักคุณพิมพ์ดีนี่เอง นายมีอะไรแอบแฝงรึเปล่า”
“ผมเป็นเพื่อนกับคุณหนูมาตั้งแต่เด็กๆ ผมไม่มีเจตนาอะไรแอบแฝงทั้งนั้น”
“ไม่แอบแฝงแล้วทำไมต้องปกปิดตัวตนด้วยล่ะ แบบนี้มันผิดวิสัย”
“ผมยอมรับเรื่องปกปิดกับคุณหนู แต่ผมไม่มีเจตนาร้ายใดๆทั้งสิ้น ที่ผมมีคืออยากปกป้องคุณหนูเท่านั้น”
“ก็เลยต้องเผยตัวมาช่วยได้ทันตั้งสองครั้งเพื่อให้พิมพ์คิดว่านายคือฮีโร่ ฉันสงสัยนะว่านายอาจจะรู้กับคนร้ายด้วยมั้ง”
ตะวันรู้สึกว่าโดนอีกฝ่ายดูถูก จึงตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้น
“แล้วไอ้เสือตัวนั้นมันก็รู้กันกับผมอีกใช่ไหม ผมเกือบตายก็เพราะช่วยใครล่ะ ผมช่วยทุกคนด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรแอบแฝงทั้งนั้น ที่ผมคิดมีอย่างเดียวก็คือปกป้องทุกคนและคุณหนูไม่ให้มีอันตรายเท่านั้น”
“อรรถ...พิมพ์ว่าตะวันไม่ได้มีอะไรแอบแฝงหรอกค่ะ เรื่องที่เขาปิดบัง เราก็เคลียร์กันแล้ว อีกอย่างพิมพ์กับตะวันก็สนิทกันมาตั้งแต่จำความได้ เราเป็น
เพื่อนเล่นกันมาโดยตลอด พิมพ์รู้จักนิสัยใจคอตะวันดีค่ะ”
“ผมเข้าใจ แต่อย่าลืมสิ...สิบกว่าปีที่ไม่เจอกัน
รู้ไหมจิตใจคนเรามันเปลี่ยนกันได้ ผมเป็นปลัด ผมรู้เรื่องนี้ดี คนดีๆในวัยเด็กอาจกลายเป็นคนเลวตอนโตก็ได้ มีตัวอย่างมากมาย อย่าเชื่อใจอะไรใครง่ายๆครับ”
“แต่พิมพ์เชื่อใจตะวัน...พิมพ์ไม่รู้ว่าเขาจะมีเจตนาอะไรแอบแฝงกับพิมพ์”
“ก็เพราะพิมเป็นลูกเสี่ยสวัสดิ์เจ้าของปางไม้ที่ร่ำรวยไง ถ้ามีโอกาสใครบ้างจะไม่อยากมารู้จักสนิทสนมด้วย เรื่องเงินใครเห็นก็ตาโตทั้งนั้น”
“นี่อรรถ...ไปกันใหญ่แล้วนะ พิมพ์กลับมาบ้านแล้วได้เจอเพื่อนที่มีเพียงคนเดียวในวัยเด็ก แล้วพิมพ์ก็อยากแนะนำให้อรรถได้รู้จัก จะได้คุยกันเป็นเพื่อนได้ แทนที่คุณจะดีใจกับพิมพ์ แต่ทำไมกลายเป็นว่าคุณกลับมาระแวงแบบนี้ พิมพ์ไม่เข้าใจและผิดหวังกับสิ่งที่คุณคิด”
“ก็เพราะผมห่วงพิมพ์ และพิมพ์เป็นคู่หมั้นผมไงครับ”
“อรรถ! เรายังไม่ได้หมั้นกันนะคะ”
“ใช่...แต่ก็กำลังจะหมั้นไม่ใช่เหรอ”
“เรื่องนี้พิมพ์ยังไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ อรรถเอาอะไรมาพูดคะ”
“พ่อผมคุยกับคุณอาบ้างแล้วนะพิมพ์”
“พิมพ์ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกัน แต่ตอนนี้สถานะเราก็คือเพื่อนกัน ขอร้อง...อย่าทำอะไรให้คำว่าเพื่อนของเรามันสั่นคลอนเลยค่ะ” พูดจบพิมพ์สายเดินออกไปอย่างเสียความรู้สึก
อรรถจ้องตะวันตาขุ่นขวาง ตอกย้ำความต่ำต้อยขึ้นอีก “ฉันเตือนนะ อย่าคิดอาจเอื้อมเด็ดดอกฟ้าเป็นอันขาด อย่างนายไม่เหมาะสมกับคุณพิมพ์ ถ้าไม่รู้ก็ไปส่องกระจกดูเงาตัวเองซะ แล้วจะได้รู้ว่าต้องเจียมตัวเองแค่ไหน”
ตะวันโกรธแต่พยายามเก็บความรู้สึก พอดีสอนเดินมาบอกปลัดอรรถว่าเสี่ยสวัสดิ์ว่างแล้วเชิญเข้าไปได้










