ตอนที่ 5
อูซานพยักหน้ารับ หลังจากนั้นอากาพะโยนั่งบริกรรมคาถาสักพักร่างของเขากับลูกชายก็อันตรธานหายไป
เวลานั้นตะวันยังอยู่กับหลวงพ่อในถ้ำ ตะวันปฏิเสธการบวชเพราะยังมีภารกิจต้องตามหาพ่อ แต่ใช้วิธีนั่งสมาธิแทนเพื่อให้จิตใจสงบและมีสติแก้ปัญหาตามคำสอนของหลวงพ่อ
ทางฝ่ายจอปา คล้อย และโชนที่ลัดเลาะออกมาชายป่าเพื่อตามล่าเสือสมิงตัวที่บาดเจ็บ คล้อยยังหัวเสียเรื่องยองตะมุอวดดีแยกตัวไปคนเดียว ทั้งที่ความจริงมันขี้ขลาดมากกว่า
“อย่าไปดูถูกฝีมือมันเชียว...เอ็งอย่าลืมว่ามันเป็นคนยิงเสือสมิงตัวนั้นจนเลือดสาด พวกเอ็งล่ะ ตามล่ามากี่วันแล้ว เคยสะกิดมันจนได้แผลบ้างมั้ย”
คล้อยกับโชนมองหน้ากันนิ่ง ไม่โต้แย้งหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับยองตะมุอีก คล้อยกวาดตาสำรวจพื้นที่แล้วบอกว่า
“พ้นแนวป่านี่เป็นที่โล่ง ป่าโปร่งถูกถางทำไร่เลื่อนลอย เสือที่ไหนมันจะมาหลบอยู่แถวนี้”
“แต่รอยเลือดมันมาทางนี้นี่หว่า” จอปาก้มมองรอยเลือดเกรอะกรังบนใบไม้ใบหญ้า แน่ใจว่าตามมาไม่ผิดทาง แล้วเดินนำหน้าออกไป
ยองตะมุอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก เขาเห็นกลุ่มของจอปา รวมทั้งสองพ่อลูกอากาพะโยและอูซานที่ใช้คาถากำบังกายซ่อนเร้น ซึ่งยองตะมุมุ่งมั่นตั้งใจว่าตัวเองต้องได้เสือสมิงก่อนพวกจอปา
กลุ่มของจอปามาถูกทางจริงๆ แต่ไม่เห็นสัตว์ร้ายที่ต้องการตัวทั้งที่ตามรอยเลือดมาตลอด ทันใดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จอปาคิดว่ายองตะมุคงเจออะไรเข้าแล้ว
“เป็นไปได้ไหมว่ามันยังอยู่ในป่า แต่มันแกล้งใช้รอยเลือดหลอกพวกเราให้ตามมาทางนี้”
“มันก็น่าคิดอยู่ เพราะไอ้หมอนี่มันเป็นคนไม่ใช่สัตว์ มันย่อมฉลาดกว่าเสือสมิงทั่วไป”
“งั้นเรากลับเข้าไปดูในป่าอีกทีดีไหม”
“ดีๆ ดีครับพ่อเสือ”
คล้อยถลึงตาใส่ลูกน้องคนสนิท ก่อนที่จะหันกลับมามองจอปาอย่างรอฟังความคิดเห็น
“เอางั้นก็ได้ ข้างนอกป่านี่เราก็เห็นแล้วว่ามันไม่มีทางที่หนีหรือซ่อนตัวที่ไหนได้”
“งั้นข้าขอไปก่อนนะพ่อเสือ เสียวๆยังไงไม่รู้”
“เออดี เอ็งนำหน้าไปเลย เผื่อจะได้ล่อเสือสมิงออกมา”
โชนชะงักกึกกลับคำทันที “งั้นข้าขอตามหลังดีกว่านะ”
จอปากับคล้อยเดินกลับเข้าป่า โชนเหลียวหน้าเหลียวหลังก้าวตามไปอย่างระแวง...ส่วนยองตะมุที่เพิ่งยิงปืนลวงพวกจอปา เขาก้าวออกจากหลังต้นไม้ด้วยรอยยิ้มหยามหยัน คิดว่าพวกมันไม่มีทางเจอเสือสมิงตัวนั้นแน่










