ตอนที่ 5
“ข้าไม่ได้ฝันว่าตัวเองจะถูกฆ่า แต่ฝันเห็นคนครึ่งเสือถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา”
“ทำไมแกฝันอย่างนั้น มีอะไรติดค้างในใจหรือเปล่า” อากาพะโยถาม
“ข้าก็ไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่าข้ารู้สึกเอ็นดูเสือตัวนั้นมาก เลยตกใจ”
“ฝันเห็นคนครึ่งเสือ มีใจสัมพันธ์กับคนครึ่งเสือ หรือว่าเอ็งเป็นผู้พิทักษ์เสือสมิง”
“อะไรคือผู้พิทักษ์เสือสมิง”
“คนที่ผูกพันกับเสือสมิง จิตใจสัมพันธ์กัน คนคนนั้นก็คือผู้พิทักษ์เสือสมิง”
“แล้วทำไมต้องเสือสมิง ทำไมไม่เสือทั่วไป”
“เพราะคนครึ่งเสือที่แกฝันเห็นหมายถึงเสือสมิงน่ะสิ”
ยองตะมุรู้ดีแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ ถามว่าในโลกนี้มีเสือสมิงด้วยหรือ จึงถูกอากาพะโยยอกย้อนว่า
“เอ็งเป็นพราน เที่ยวท่องอยู่ในป่า เอ็งน่าจะรู้ดีกว่าข้า”
“แต่ข้าไม่เคยเจอ”
“แล้วสักวันหนึ่งเอ็งจะได้เห็น”
“แล้วนี่มันเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย”
“ข้าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็นนิมิตของผู้พิทักษ์เสือสมิงทุกคนที่จะรู้สึกแบบนั้น”
ฟังอากาพะโยแล้วยองตะมุรู้สึกเป็นห่วงตะวันขึ้นมาทันที...ภาวนาในใจขอให้ลูกชายแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
ooooooo
แคล้วขอบคุณดอนที่มาช่วยทันเวลา แล้วแคล้วกับสมุนก็รีบพากันหลบไปด้วยรถของตะวันตามคำสั่งของดอนเพราะกลัวจะมีใครผ่านมาเห็น
หลวงพ่อที่ตะวันเคารพนับถือนั่งสมาธิรู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตะวันจึงให้เด็กชายเอฉื่อหรือ
เจ้าหมาน้อยรีบไปช่วย ขณะที่พิมพ์สายกับซาเงออกตามหาตะวันก็มาถึงตรงสะพานที่เกิดเหตุซึ่งตำรวจกำลังสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์
พิมพ์สายตกใจมากเพราะในที่เกิดเหตุมีชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์หล่นอยู่ซึ่งจำได้แม่นว่าคือรถที่บ้านของเธอ ส่วนกำพลก็แน่ใจว่าเป็นตะวันที่โดนยิงหล่นจากสะพานหลังแยกจากเขาและจ่าชัย ฝ่ายอรรถนั้นไม่พอใจดอน กลับถึงบ้านจึงต่อว่าไปหลายคำ
“ฉันไม่ได้สั่งให้แกไปลงมือเอง ฉันต้องการให้ไอ้พวกนั้นมันจัดการ”
“ผมเห็นว่าไอ้แคล้วกับพวกจะสู้ไม่ไหวเลยต้องลงไปช่วย”
“แล้วคิดบ้างไหม ถ้ามีคนเห็นแล้วจำแกได้ เรื่องจะไม่พังมาถึงฉัน”
“ขอโทษครับนาย ผมใจร้อนไปหน่อย”
“ขอโทษจะช่วยอะไรได้ ทำงานต้องใช้สมองสิวะ อย่าใช้แต่อารมณ์”
“มืดแบบนั้นคงไม่มีใครรู้หรอกครับว่าใครเป็นใคร”
“ถ้ามีล่ะ อีกอย่างถ้าไอ้ตะวันมันไม่ตาย มันก็ชี้ตัวแกได้ แล้วเรื่องก็จะโยงมาถึงฉันด้วย”
“ผมว่ามันไม่รอด ถ้าไม่ตายเพราะลูกปืนก็คงจมน้ำตายครับ”
“ถ้าไม่เจอศพมัน อย่าวางใจอะไรทั้งสิ้น”










