ตอนที่ 5
“ใช่...ข้าก็เคยเจอมาไม่ต่างกัน ถ้ามันไม่มีคนคอยช่วยเหลือ ข้าฆ่ามันได้ตั้งนานแล้ว คนคนนี้ไม่ธรรมดา” ยองตะมุจงใจพูดข่มขวัญคล้อย ขณะที่จอปาเสริมว่าถ้าจะฆ่าลูกของมันคงต้องจัดการพ่อมันให้ได้ก่อน คล้อยเพิ่งรู้ว่ามันเป็นพ่อลูกกัน บอกว่าการล่าต้องยากขึ้นไปอีก
“ถ้าเจ้ากลัวก็ถอนตัวไปได้นะ” ยองตะมุหยั่งเชิง
“คนอย่างเสือคล้อยไม่เคยกลัวอะไร ยิ่งน่ากลัวก็ยิ่งน่าสนใจ เสี่ยงมากเท่าไหร่มันก็สะใจมากเท่านั้น”
พูดจบคล้อยหัวเราะเบาๆเพื่อข่มและไม่ให้ดูว่าตัวเองด้อยกว่ายองตะมุ...จอปาแอบมองและรับรู้ได้ว่าสองคนนี้ไม่กินเส้นกันเสียแล้ว
“ข้าก็อยากรู้ว่าเอ็งจะทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ แล้วระหว่างข้ากับเอ็งใครจะจัดการไอ้เสือนั่นได้ก่อนกัน เอาแบบนี้ไหมล่ะ เราแยกกันล่ามันเลยดีกว่า ข้าขอไปจัดการของข้าคนเดียว ส่วนเอ็งสามคนจัดการให้ได้ก่อนข้า ก็แล้วกัน”
ยองตะมุพูดจบก็ปลีกตัวขยับเดินไปได้สองสามก้าว แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคล้อยพูดไล่หลังว่า
“ข้าว่าเอ็งแยกตัวไปไม่ใช่เพราะไปล่ามัน แต่เพราะเอ็งขลาดกลัวมันมากกว่าล่ะมั้ง”
ยองตะมุหยุดยืนนิ่งแต่ไม่หันกลับมา แค่ชำเลืองหางตาแล้วตอบโต้อย่างแสบสันว่า
“ราชสีห์ย่อมไม่สนใจการเห่าหอนของสุนัขฉันใด ข้าก็ไม่ใส่ใจคำสบประมาทของเจ้าฉันนั้น ขอให้โชคดี”
คล้อยมองตามยองตะมุที่เดินจากไปแล้วด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง พูดเสียงกร้าวขึ้นมาต่อหน้าจอปาที่มีท่าทีละล้าละลัง
“ก็ดี...ไปซะได้ก็ดี ไม่งั้นข้ากลัวว่าลูกปืนที่เอาไว้ล่าเสืออาจจะมาฝังอยู่ในหัวคนแทนก็ได้”
ooooooo
เสียงปืนดังไม่ไกลจากจุดที่อากาพะโยกับอูซานพักอาศัย สองพ่อลูกตื่นตัวรู้ว่าพวกตามล่าสมิงใกล้เข้ามาแล้ว
“แผลข้าเริ่มจะหายแล้ว พ่อไม่ต้องกลัว เราพอจะหนีทัน”
“ถัดจากตรงนี้ไปมันเป็นป่าโปร่งมองเห็นไปไกล เราหนีพวกมันไม่ไหวหรอก”
“งั้นก็สู้ตายกับมันที่นี่เลย”
“ไม่ได้ สู้ไปก็ตายเปล่า ลำพังพวกมันไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้จอปามันตามล่าฆ่าเสือสมิงมาหลายตัวแล้ว พลังสมิงในร่างมันเยอะเกินไป เอ็งสู้มันไม่ไหวถ้าร่างกายยังไม่พร้อม”
“ถ้าอย่างนั้นเราจะทำยังไงดี”
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ ขออย่างเดียวเอ็งอย่ามุทะลุเด็ดขาด”










