ตอนที่ 5
ทางด้านอากาพะโยกับอูซาน สองพ่อลูกกำลังพยายามจะออกจากป่าตั้งใจมุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อความปลอดภัย
“อดทนอีกนิดนะลูก พรุ่งนี้เราก็จะถึงตัวเมืองสังขละแล้ว”
“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วพ่อ ตอนนี้ถึงร่างกายไม่สมบูรณ์ดีนัก แต่ถ้าพวกมันโผล่หน้ามาข้าก็จะฉีกพวกมันออกเป็นชิ้นๆ”
“ละเว้นได้ก็จงละเว้นบ้างเถอะลูก อย่าสร้างเวรสะสมไปภพหน้าเลย”
“เวรกรรมไม่มีจริงหรอกพ่อ ถ้าเวรกรรมมันมีจริง อ้ายอีพวกนั้นมันก็ต้องได้รับกรรมสนองแล้วสิ ทำไมถึงเป็นแต่ข้าเพียงผู้เดียวที่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้”
“ถ้าเวรกรรมไม่มี การเวียนว่ายตายเกิดไม่มีจริง แล้วทำไมสองคนนั้นจึงมีหน้าตาเหมือนเม้ยเจิงกับ
อองทีล่ะ แล้วทำไมไอ้เด็กหนุ่มที่เหมือนอองทีคนนั้นมันถึงได้โดนเอ็งกัดจนกลายเป็นเสือสมิงล่ะ นั่นแหละมันกงกรรมกงเกวียนที่หมุนเวียนกันสนองเรา”
“ก็อาจจะจริงอย่างพ่อว่า ไอ้หมอนั่นเหมือนกับอองที นังผู้หญิงก็เหมือนกับเม้ยเจิงยิ่งนัก”
“นั่นแหละมันคือกรรมที่วนเวียนตามสนองเรา ฆ่าแกงกัน วนเวียนไปทุกชาติทุกภพไม่จบไม่สิ้น”
ยองตะมุซุ่มอยู่ในความมืดหลังพุ่มไม้ มองดู
สองพ่อลูกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ปืนยาวที่มีชายผ้าถุงของเมียมัดอยู่ปากกระบอกพร้อมที่จะระเบิดกระสุนเข้าใส่เสือสมิงตัวที่ทำร้ายลูกชายของเขาได้ทุกเมื่อ
ยองตะมุกระชับปืนในมือเพื่อเล็งให้เข้าเป้า แต่โชคร้ายเท้าถอยหลังไปเหยียบกิ่งไม้แห้งทำให้สองพ่อลูกตื่นตัวร้องถามว่า “นั่นใคร?”
“ข้าเอง พรานยองตะมุ บ้านไลโว่” ยองตะมุทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปหาสองพ่อลูกอย่างช้าๆ “ข้าผ่านมาเห็นแกสองคนซุ่มอยู่ตรงนี้ ข้าคิดว่าพวกแกเป็นโจร”
“ไม่ใช่หรอก ข้ามาจากฝั่งมอญ เมืองเย” อากาพะโยตอบไปทั้งที่ไม่ค่อยไว้ใจอีกฝ่ายนัก ขณะที่อูซานนั้นต่อต้านสุดๆ ดวงตาเป็นสีเขียว แขนขาทำท่าจะขยับกลายร่างเป็นเสือเสียให้ได้
ยองตะมุจับสังเกตแล้วคิดในใจว่า ดวงตาของไอ้เสือสมิงตัวนี้ดุดันเจิดจ้า หรือว่ากระสุนปืนของตนที่ยิงโดนมันวันนั้นไม่มีผลอะไร ถ้าหากแลกกับมันวันนี้ตนคงเอามันไม่อยู่แน่
“ข้ามาดี ไม่ได้จะมาร้ายกับพวกเอ็ง” ยองตะมุตะโกนบอกพร้อมลดปืนในมือลง สีหน้าดุดันของอูซาน
จึงค่อยคลายลง ส่วนอากาพะโยตั้งคำถามว่า
“แล้วบ้านเอ็งอยู่แถวไหน ทำไมถึงมาแถวนี้”










