ตอนที่ 10
ในที่สุดพวกคล้อยก็ดั้นด้นไปจนถึงบ้านอากาพะโยที่เมืองเย ทุกคนซุ่มจับตาดูสองพ่อลูกรอจังหวะเข้าจู่โจม ซึ่งโชนคิดว่าไม่น่ายากเพราะท่าทางมันบาดเจ็บ คราวนี้คล้อยจะได้หัวใจสมิงอูซานเสียที
“ไอ้โชน ตอนนี้หัวใจเสือสมิงมันไม่จำเป็นกับข้าอีกแล้ว”
“อ้าว...ทำไมล่ะ มันสำคัญสำหรับพ่อเสือมากไม่ใช่เหรอ”
“ใช่...แต่คราวนี้มันไม่สำคัญเท่าชีวิตของไอ้แคล้วอีกแล้ว เอ็งไม่เคยเป็นพ่อคนไม่มีทางรู้ถึงความเจ็บปวดในหัวใจคนเป็นพ่อที่เห็นลูกเป็นแบบนี้ เอ็งมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้ไอ้โชน เรื่องของข้าสำคัญ แต่ความเป็นความตายของลูกข้าสำคัญกว่า ข้าไม่ได้มาล่ามัน แต่มาเพื่อให้มันรักษาไอ้แคล้วต่างหาก”
“ฉันดีใจแทนพี่แคล้วจริงๆพ่อเสือ แต่พวกมันจะช่วยเราเหรอ มันคงไม่ช่วยคนที่ตามฆ่ามันแน่”
“ต้องมีวิธีสิวะ ข้าคงไม่หอบลูกข้าให้มาทรมานไกลถึงนี่โดยไม่มีแผนอะไรในสมองหรอกวะ รึมึงว่ากูคิดอะไรไม่เป็น ไอ้น้อย”
น้อยสะดุ้งปฏิเสธอย่างเร็ว “เปล่าจ้ะพ่อเสือ”
“งั้นฟัง ต่อไปนี้พวกเอ็งทำตามที่ข้าสั่งทุกอย่าง” คล้อยกล่าวหนักแน่น สายตาจับจ้องไปยังบ้านอากาพะโย
ส่วนที่บ้านของอาคมเวลานี้มีชายฉกรรจ์หลายคนมารวมตัว อรรถขับรถเข้ามาจอดแล้วเดินเข้าไปถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกนักเลงเต็มบ้านไปหมด
“รู้ด้วยเหรอว่าเป็นใคร”
“คนพวกนี้หลายปีก่อนพ่อใช้งานพวกเขาอยู่ไม่ใช่เหรอครับ”
“ความจำดีเหมือนกันนี่”
“เรื่องสำคัญต้องจำให้แม่น พ่อสอนผมเองนี่ครับ”
“แบบนี้ทำให้พ่ออุ่นใจมากขึ้นนะ พ่อเรียกมาเอง ตอนนี้สถานการณ์มันไม่น่าไว้วางใจ พ่ออาจต้องใช้คนพวกนี้”
“ให้ผมเดาคงไม่ใช่เรื่องไอ้ซันโท่ยแน่ๆ”
“เป็นเรื่องอื่น แต่สำคัญมากกว่าอีก”
“เรื่องธุรกิจใช่ไหมครับ”
“ใช่...มีคนกำลังทำให้ธุรกิจของพ่อสั่นคลอน จำเป็นต้องมีกำลังคนไว้คอยจัดการ”
“แล้วผมต้องทำอะไรบ้างไหม”
“เรื่องนี้ไม่ต้อง ไปจัดการล่าไอ้ซันโท่ยให้ได้ก็พอ”
“ผมกำลังเก็บกวาดให้เรียบร้อยอยู่ครับ คราวนี้ดอนคงไม่พลาด”
“แล้วที่มานี่คงมีเรื่องคุยกับพ่อสินะ”










